Last Updated on Friday, 10 September 2010 11:01 Written by 2potocafe Friday, 10 September 2010 10:47
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครองอันดับหนึ่งประเทศที่มีระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ดีที่ สุด ไปด้วยคะแนน 5.63 ตามด้วยสวีเดน (5.56) และสิงคโปร์ (5.48) ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ โดยสหรัฐฯตกลงมา 2 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 4 นอกเหนือจากการขาดความสมดุลภายในเศรษฐกิจระดับจุลภาคแล้ว ความอ่อนแอของสถาบันทางธุรกิจทั้งของภาครัฐและเอกชน และการขาดความกระตือรือร้นในด้านภาวะของตลาดการเงิน ก็มีส่วนเช่นกัน
"การ ประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก" (เวิร์ล อีโคโนมิค ฟอรัม) ซึ่งจัดทำ "รายงานความสามารถในการแข่งขันระดับโลก" (จีซีไอ) ประจำปี 2010-2011 ในการประชุมประจำปีเพื่อสรรหาผู้ชนะ (แอนนวล มีตติ้ง ออฟ เดอะ นิว แชมเปี้ยน 2010) ที่เมืองเทียนสิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เปิดเผยวันนี้ (9 กย.) ว่า
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครองอันดับหนึ่งประเทศที่มีระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ดีที่ สุด ไปด้วยคะแนน 5.63 ตามด้วยสวีเดน (5.56) และสิงคโปร์ (5.48) ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ โดยสหรัฐฯตกลงมา 2 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 4 นอกเหนือจากการขาดความสมดุลภายในเศรษฐกิจระดับจุลภาคแล้ว ความอ่อนแอของสถาบันทางธุรกิจทั้งของภาครัฐและเอกชน และการขาดความกระตือรือร้นในด้านภาวะของตลาดการเงิน ก็มีส่วนเช่นกัน
ส่วนประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ยังพบว่ามีระดับการแข่งขันที่น่าพอใจ นอกเหนือจากสวีเดนแล้ว ยังมีประเทศฟินแลนด์ ในอันดับ 7 เดนมาร์กในอันดับ 9 และนอร์เวย์ในอันดับ 14
ส่วนประเทศจีน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 27 โดยขึ้นมา 2 อันดับจากปีที่แล้ว และคาดว่ายังคงมีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆในบรรดา 30 อันดับแรก ยังคงถือเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ 4 ประเทศ (BRIC-บริค) อันประกอบด้วย บราซิล (อันดับ 58) รัสเซีย (อันดับ 63) อินเดีย (อันดับ 51) และจีน
นอกจากนั้น ประเทศอื่นๆในเอเชียก็ยังความสามารถในการแข่งขันที่ดีเช่นกัน อาทิ ญี่ปุ่น (อันดับ 6) ฮ่องกง (อันดับ 11) ไต้หวัน (อันดับ 13 ) เกาหลีใต้ (อันดับ 22) ส่วนในประเทศกลุ่มลาตินอเมริกา ชิลี (อันดับ 30 ) เป็นประเทศที่ทำคะแนนได้ดีที่สุด ตามมาด้วย ปานามา (อันดับ 53) คอสตาริก้า (อันดับ 56) และบราซิล
ส่วนประเทศในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ก็สามารถยืนอยู่ในอันดับที่สูงเช่นกัน นำโดยการ์ตาร์ (อันดับ 17) ซาอุดิอาระเบีย (อันดับ 21) อิสราเอล (อันดับ 24) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (อันดับ 25) ตูนิเซีย (อันดับ 32) คูเวต (อันดับ 35) และบาห์เรน (อันดับ 37) ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ในแถบนี้ถือว่ามีแนวโน้มคะแนนที่ดีขึ้นเรื่อยๆในช่วงหลาย ปีที่ผ่านมา
กลับไปดูทางประเทศในแถบแอฟริกา แอฟริกาใต้อยู่ในอันดับที่ 54 ตามมาด้วย มอริเชียส (อันดับ 55) นามิเบีย (อันดับ 74) บอตสวานา (อันดับ 76) และรวันดา (อันดับ 80)
เปรียบเทียบในแถบประเทศกลุ่มประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) พบว่า สิงคโปร์รั้งอันดับสูงสุด (อันดับ 3) ตามมาด้วยมาเลเซีย (อันดับ 26) บรูไน (อันดับ 28) ไทย (อันดับ 38) อินโดนีเซีย (อันดับ 44) เวียตนาม (อันดับ 59) ฟิลิปปินส์ (อันดับ 85) กัมพูชา (อันดับ 109) และติมอร์-เลสเต้ (อันดับ 133)
รายงานความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ถูกจัดทำขึ้นโดยวัดผลจากดัชนีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก (จีซีไอ) ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย "การประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก" และศาสตราจารย์ซาเวียร์ ซาลา-ไอ-มาร์ติน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มมีการวัดผลครั้งแรกเมื่อปี 2004 โดยยึดหลัก "เสาหลัก 12 ประการ" ซึ่งทำให้เราสามารถมองเห็นภาพการแข่งขันทั่วโลกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย สถาบัน, ระบบโครงสร้างพื้นฐาน, สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจแบบจุลภาค, สุขภาพและการศึกษาเบื้องต้น, การศึกษาขั้นที่สูงขึ้นและการฝึกอบรม, ความเพียงพอของตลาดสินค้า, ความเพียงพอของตลาดแรงงาน, การพัฒนาตลาดการเงิน, ความพร้อมด้านเทคโนโลยี, ขนาดของตลาด, ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ และด้านนวัตกรรม
สามารถเช็คอันดับทั้งหมดได้ตามลิงค์ด้านล่าง
http://www.weforum.org/documents/GCR10/Full%20rankings.pdf