Written by charip Monday, 24 May 2010 08:54
"ผู้แพ้ย่อมมีแต่คำถาม
ผู้ชนะ ย่อมมีแต่คำตอบ จริงหรือ?
นี้คือผลพวงของการศึกษา
คือการที่จะ ต้องตามหางาน จนเหนื่อยแทบขาดใจ-แล้วใครล่ะ! จะเข้าใจเรานอกเสียจากตัวของเราเอง เกิดคำถามหลายคราวว่า ทำไม? และทำไม? แต่คำตอบที่ได้ไม่เป็นผลดีกับตัวเราเลย หรือบางคราวคำตอบดูเหมือนไม่กระจ่าง หรือบางครั้งบางคราวมีผู้ให้คำตอบว่า “ก็มึงโง่ไง” เออน่าจะจริง โปรดทราบเถิดว่าผู้นั้นไม่จริงใจกับคุณ แล้วผู้หวังดีจะให้คำตอบอย่างไรล่ะ
นั้น นะสิ “ ผมก็ไม่รู้ ก็กูมันโง่นี่”
หลายสาเหตุที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ง่ายๆ จนถึงขนาดบางคนทำอัตวินิบาตกรรมเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจจะโยงใยในแง่คิดหนึ่งว่าว่า การศึกษาคือนโยบายของธุรกิจ ที่แสวงหาผลประโยชน์ สามารถทำเงินเข้ากระเป๋ากับคนบางกลุ่ม อาจจะเป็นกลุ่มผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา ก็เป็นได้
จะเห็นประจักษ์ว่าค่าเทอมก็แพงจังหูฉี่ และที่สำคัญในชั่วโมงสอนชอบพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง “เสียตังค์มาเอาความรู้นะไม่ใช่มาฟังนิทาน”นี้ก็ประการหนึ่ง และทำการสอนน้อยมาก ที่กล่าวมา สถาบัน,มหาวิทยาลัยไหนก็ไม่รู้ อาจจะไม่มีในโลกนี้ก็ได้นะครับ แต่ที่สำคัญมักให้อ้างว่า “เธอคือนักศึกษาจงค้นคว้าหาความรู้” ต้อง
ยอมรับว่าใช่แน่นอนเลย แต่ถ้าว่าจะมี.......ไว้ทำหัวตอทำไม?
คำว่าทำไม? เป็นคำถามของผู้แพ้ จึงต้องถามอยู่นี่ไง ว่าทำไม?
เหตุผลนี้จะนำไปสู้ความชนะในอนาคต คำว่าเพราะเหตุโน้น-นี่ ผู้ชำนะมักให้แต่คำตอบ บางครั้งพวกชอบแก้ตัว หรือพวกตอแหลมักแฝงตัวอยู่ในผู้ชำนะก็เป็นได้
เพราะคำว่าตกงานจึงทำให้คิดไปไกลขนาดนี้ อย่าคิดว่าจบปริญญาตรีแล้วจะวิเศษวิโส (อืม!) สมัยนี้เขาไล้แจกกันเกลื่อน เอาตังค์ไปใช้เสียหลายบาทแล้ว ไอ้ที่ว่าเรียนภาคพิเศษ เสาร์-อาทิตย์ นั้นแหละตัวดี ดังภาษิตที่ว่า
ควายก็น่าจะเรียนได้ ถ้ามันมีตังค์
เทวดา กะเรียนไม่ได้ถ้าไม่มีตังค์
คำว่าตังค์เป็นคำตอบของทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าการสอบบรรจุ การเมือง
การปกครอง การเรียนสอน และการกินการอยู่ ดูเหมือนจะเป็นทุกเรื่องของคำตอบ จริงๆ ไม่มีเท็จ ถ้าจะถามว่าทำไม่ต้องเหนื่อยเดินสมัครงานล่ะ ตอบได้เลยว่าผมไม่มีคำตอบ หรื่อว่าจำเป็นต้องกู้ แต่ถ้าว่าผมไม่ถาม เพราะกลัวคำตอบ
“ทำไมล่ะ? ก็เป็นหนี้หัวโมงไงล่ะ”
ทางที่ดีอย่าถามและอย่าตอบดีกว่านะครับ