Written by aud Monday, 24 May 2010 08:53
ต้องให้งานเขาทำมากหน่อย ก็จะรู้ถึงความรับผิดชอบในงานของเขา
ต้องปล่อยให้เขาทำงานเอง ก็จะรู้ถึงสติปัญญาของเขา
ต้องอ่านข้อเขียนของเขา ก็จะรู้ถึงความมีสาระของเขา
ต้องให้เขาอยู่ในภาวะคับขัน ก็จะรู้ถึงความกล้าหาญของเขา
ต้องมอมเหล้าเขา ก็จะรู้ถึงนิสัยดั้งเดิมของเขา
ต้องสังเกตหนังสือที่เขาซื้ออ่าน ก็จะรู้ถึงความรู้ในสมองของเขา
ต้องไปใช้ห้องน้ำที่คอนโดเขา ก็จะรู้ถึงความสะอาดของเขา
ต้องไปค้างโรงแรมกับเขา ก็จะรู้ถึงความเป็นระเบียบของเขา(คนละเพศห้ามทำ)
ต้องยอมให้เขายืม เงิน ก็จะรู้ถึงการตรงเวลาของเขา
ต้องขอยืมรถ..รึไม้กอล์ฟเขา ก็จะรู้ถึงความเป็นเพื่อนสนิทของเรากะเขา
ต้องยอมให้เขา สั่งอาหาร ก็จะรู้ถึงรสนิยมการกินของเขา
ต้องดูเสื้อผ้าเครื่อง ประดับของเขา ก็จะรู้ถึงรสนิยมไฮโซหรือไม่ของเขา
ต้องดูการทุ่มซื้อ หวยของเขา ก็จะรู้ถึงนิสัยเพ้อฝันของเขา
ต้องเล่นกีฬากับเขา ก็จะรู้ถึงนิสัยมุ่งเอาชนะของเขา
และ..ต้องใช้ผลประโยชน์หลอกล่อ เขา ก็จะรู้ถึงคุณธรรมของเขา……
คนดีที่ช่วยเหลือคนอื่น ดีกว่าคนดีที่ไม่ช่วยเหลือใคร
คนๆ หนึ่งทำความดีครั้งยิ่งใหญ่หนึ่งครั้ง…นั้นไม่ยาก ที่ยากก็คือ การทำความดีแม้เพียงเล็กน้อยแต่เสมอต้นเสมอปลาย
คนเลวที่ไม่แนะนำ ความเลวให้แก่ผู้อื่น ดีกว่าคนเลวที่แนะนำความเลวให้แก่ผู้อื่น
ไม่ ควรพูดในสิ่งที่ตนเองอยากจะพูด แต่ควรพูดในสิ่งที่ผู้อื่นอยากจะฟัง
พูด เป็น คือ รู้ว่าเมื่อใดสมควรจะพูด ควรพูดอะไร ควรพูดกับใคร และควรพูดอย่างไร
ผู้ที่พูดจาสุภาพ พูดจาจริงใจ พูดจาถูกต้อง และพูดน้อย ย่อมเป็นที่รักของทุกคน
คนโง่นับว่ายังเป็นปราชญ์อยู่ ตราบใดที่ยังไม่พูด
ผู้ที่ชอบเล่า เรื่องไร้สาระ ผู้นั้นก็เป็นคนไร้สาระ
จะเป็นผู้ชนะได้ ต้องชนะใจตนเองให้ได้เสียก่อน
คนเราไม่เลวที่ชาติกำเนิด แต่เลวที่การกระทำ
ไม่มีใครที่ทำให้ตนเสียเกียรติได้ นอกจากตัวของตัวเอง
เกิดมาแล้วไม่รู้จัก เรียน ก็เหมือนกับไม่ได้เกิด
เรียนมาแล้วยังไม่เข้าใจ ก็เหมือนกับยังไม่ได้เรียน
เข้าใจแล้วยังไม่เริ่มปฏิบัติ ก็เหมือนกับยังไม่เข้าใจ
คนที่หวังแก้ไขปรับปรุงตัณหาของผู้อื่น เป็นคนโง่เขลา
คนที่หวังแก้ไขปรับปรุงตัณหาของตนเอง เป็นคนฉลาด