Written by มะเขือ Sunday, 23 May 2010 18:54
"เด็กจบใหม่ยังขาดความเข้าใจใน เรื่องสายงานด้านไอที เพราะเด็กจบใหม่หลายคนไม่ทราบถึงความแตกต่างของ โปรแกรมเมอร์ทั่วไป กับวิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer), ผู้บริหารเครือข่ายกับผู้บริหารระบบ (Network / System Admin) และ วิศวกรเครือข่ายและวิศวกรระบบ (Network / System Engineer) ว่ามีความแตกต่างและมีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร"
ทั้ง นี้ สาเหตุข้างต้นทำให้นักศึกษาจบใหม่ต้องเสียโอกาส และเวลาอีก 1 - 2 ปีเพื่อศึกษาว่าสายงานด้านนี้เป็นอย่างไร เพราะบางครั้งได้ใส่ข้อมูลเกินจริงเพื่อให้ได้เรียกสัมภาษณ์ แต่พอนัดสัมภาษณ์แล้วก็ไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลให้บริษัทที่ต้องการรับสมัครบุคลากรเบื่อหน่าย และไม่ค่อยต้อนรับเด็กจบใหม่
บุคลากรด้านไอทีที่ไม่มี ประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์น้อยกว่า 1 ปี มักมีปัญหาเรื่องการสมัครเข้าทำงานครั้งแรก
จากจำนวนสถิติที่ เวบไซต์ www.thaiitjobs.com ผู้ให้บริการสมัครงานไอทีออนไลน์เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่ต้นปี 2547 ชี้ให้เห็นว่า บุคลากรที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนจนถึงประสบการณ์ 1 ปี จำนวน 568 รายนั้น มีสัดส่วนถึง 70% ที่สมัครงานโดยขาดคุณสมบัติที่ระบุไว้ในประกาศ
นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรด้านไอที 5% ที่สมัครงานมากกว่า 100 ตำแหน่ง ซึ่งแต่ละตำแหน่ง มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป โดยจำนวนที่มากที่สุดคือ 222 ตำแหน่ง ภายใน 1 วัน และอีก 8% ที่สมัครงานกับกว่า 30 บริษัทพร้อมกัน
ผลจากการสุ่ม สอบถามบริษัทผู้ว่าจ้างจำนวน 15 ราย พบว่ามีผู้สมัครที่ไม่มีประสบการณ์ เขียนความสามารถเกินความเป็นจริงอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเรียกมาสัมภาษณ์หรือให้ลองปฏิบัติแล้ว มักทำไม่ค่อยได้
นาย จิรายุ ชีวะการ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย ไอ.ที.พีเพิ่ล จำกัด ผู้ให้บริการเวบไซต์ Thaiitjobs.com ให้ความเห็นว่า จากสถิติข้างต้นทำให้เห็นว่า บุคลากรส่วนใหญ่ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากสายคอมพิวเตอร์ ยังขาดความเข้าใจในสายงานของตนเอง ทำให้ไม่สามารถหางานทำได้ หรือไม่สามารถทำงานได้ทันที ส่งผลให้บุคลากรไอทีของไทยที่มีความสามารถขาดแคลนจำนวนมาก
"เด็กจบ ใหม่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องสายงานด้านไอที เพราะเด็กจบใหม่หลายคนไม่ทราบถึงความแตกต่างของ โปรแกรมเมอร์ทั่วไป กับวิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer), ผู้บริหารเครือข่ายกับผู้บริหารระบบ (Network / System Admin) และ วิศวกรเครือข่ายและวิศวกรระบบ (Network / System Engineer) ว่ามีความแตกต่างและมีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร"
ทั้งนี้ สาเหตุข้างต้นทำให้นักศึกษาจบใหม่ต้องเสียโอกาส และเวลาอีก 1 - 2 ปีเพื่อศึกษาว่าสายงานด้านนี้เป็นอย่างไร เพราะบางครั้งได้ใส่ข้อมูลเกินจริงเพื่อให้ได้เรียกสัมภาษณ์ แต่พอนัดสัมภาษณ์แล้วก็ไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลให้บริษัทที่ต้องการรับสมัครบุคลากรเบื่อหน่าย และไม่ค่อยต้อนรับเด็กจบใหม่
ขณะเดียวกัน จากปัจจัยของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ดังนั้น บุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในสายนี้ ต้องได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในจุดนี้ด้วย และที่สำคัญควรทราบตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ เพื่อจะได้มีความตื่นตัวในการเรียนรู้ และต้องเข้าใจว่า สิ่งที่กำลังเรียนอยู่นั้น เป็นเรื่องที่เหมาะกับยุคสมัยหรือล้าสมัยไปแล้ว เพื่อรองรับการเข้าไปทำงานในหน่วยงานต่างๆ หลังจากที่จบการศึกษาไปแล้ว
"ข้อมูล ความรู้ความเข้าใจเหล่านี้ ต้องเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดจากผู้ที่มีประสบการณ์ หรือแม้แต่อาจารย์ผู้สอนเองควรต้องมีความสนใจในการติดตามถึงสถานการณ์ ณ ช่วงนั้นว่าเป็นอย่างไร เพื่อแนะนำให้นักศึกษาที่กำลังจะจบออกไป เข้าใจว่าควรเน้นศึกษาทางด้านไหน แนวโน้มของสถานการณ์ด้านไอทีปัจจุบันเป็นอย่างไร และโอกาสเหล่านี้จะมีระยะเวลาอีกนานเท่าไร"
โดยเขายกตัวอย่างว่า นักศึกษาที่มีความสนใจในด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ก็ควรจะแนะนำ ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ว่าตลาดกำลังมีความต้องการบุคลากรทางด้านไหนมากที่สุด ซึ่งสิ่งควรเป็นสิ่งที่อาจารย์ในสถาบันต่างๆ ทราบ และต้องอัพเดทตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น คงต้องเป็นภารกิจของอาจารย์ที่สอนทางสายไอที ในสถาบันการศึกษาต่างๆ หรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ให้คำแนะนำกับนักศึกษา ถึงสายงานที่จะต้องรับผิดชอบหลังจบการศึกษาออกไป
http://www.bangkokbiznews.com/2004/04/24/kit/index.php?news=column_12513012.html