Written by ร้านเกมส์ พัฒนา Sunday, 23 May 2010 18:53
เมื่อคุณก้าวสู่ตำแหน่งผู้บิหาร ที่ต้องปกครองพนักงานต่างๆ คุณอาจจะรู้สึกเครียด บริหารงานไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด หรือว่ามีปัญหาขัดแย้ง กับผู้ร่วมงานจนทำให้ท้อ และทำงานอย่างไม่มีความสุข กุญแจ 5 ดอกที่สำคัญ ในการบริหารงานอุปสรรคเหล่านี้ จะช่วยบรรเทา และทำให้การบริหารของคุณ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1. มองภาพโดยรวม
สิ่ง ที่ยากมากที่สุดในการบริหาร คือ การวางแนวทางของบริษัทในอนาคต ว่าบริษัทมีจุดยืน และจะเดินไปทางไหน และด้วยเหตุผลอะไร ถ้าคุณลืมหลักการนี้ เป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ไม่เป็นไปตามที่หวัง ดังนั้นคุณควรที่จะมี หรือสร้างวิสัยทัศน์ หรือวิชั่นให้กับองค์กรของคุณ ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ของตัวคุณเอง ของลูกน้องคุณ และของเจ้านายคุณ
การ สร้างวิสัยทัศน์
สำหรับตัวคุณ - ทบทวนเป้าหมายของคุณ เริ่มจากการประเมินผลงานจากเดือนที่แล้วจากตัวเลขและผลงาน หลังจากนั้นดูว่าสิ่งไหนที่คุณต้องการปรับปรุงและตั้งจุดนั้นเป็นเป้าหมาย ของเดือนถัดไป
สำหรับลูกน้องคุณ - ในหนึ่งปีควรจัดการประชุมอย่างน้อย 1 ครั้ง ระหว่างคุณ และลูกน้องของคุณ เพื่อรวบรวมความคิด และตั้งวิสัยทัศน์ด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้สึก ที่เป็นเจ้าของ และความผูกพันให้กับพนักงาน
สำหรับเจ้านาย - คุณและเจ้านายควรมีการประชุม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนเป้าหมายของแผนกและบริษัท
2. รู้จักแบ่งหน้าที่
ถ้า คุณรู้สึกว่าทำงานหนัก และมากเกินไป เหมือนกับแบกภาระของคนสามคนไว้ด้วยกัน การบริหารทุกอย่างด้วยตัวคุณเอง เป็นการบริหารที่ไม่ถูกวิธี และขาดประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากการลงเข้าไปดูรายละเอียดทุกขั้นตอน จะทำให้ผู้บริหารเสียเวลา และขาดการมองภาพรวม ดั้งนั้นเป้าหมายที่ตั้งไว้ในอนาคต จะไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งไว้ คุณควรจะเริ่มพิจารณาแบ่งเบา และแจกแจงหน้าที่ให้กับลูกน้องคุณ โดยทบทวนดูว่าสิ่งไหน ที่คุณควรจะแจกแจงให้ลูกน้องรับผิดชอบ เช่น การค้นคว้าวิจัย หรือ การรวบรวมข้อมูล, งานตรวจเช็คตัวเลข, การประชุมที่ไม่ค่อยสำคัญ และสิ่งไหนคุณควรรับผิดชอบเอง เช่น การวางแผนงาน, การบริหารงานบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลการประชุม หรือว่า การจูงใจให้ลูกน้องทำงาน นอกจากนี้การแจกจ่ายงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ยังขึ้นอยู่กับการตั้งเป้าหมาย และมอบหมายให้ลูกน้องอย่างชัดเจน ชี้ความสำคัญ ของแต่ละโปรเจ็ค และทำให้ลูกน้อง รู้สึกรับผิดชอบ กับผลงานที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการเสนอสิ่งตอบแทน หรือสิ่งจูงใจต่างๆ ที่พวกเขาจะได้รับ ถ้าสามารถบรรลุเป้าหมาย ได้ทันเวลาที่กำหนด
3. บรรลุเป้าหมายของการประชุม
จากการสำรวจ ของบริษัทวิจัยในซานฟรานซิสโก พบว่า พนักงานที่เข้าร่วมประชุม ลงความเห็นว่า หนึ่งในสามของการประชุมทั้งหมด เป็นการประชุมที่เสียเวลา และไม่ได้อะไรจากการประชุม ในขณะที่ผู้บริหาร หรือผู้จักการทั้งหลาย ใช้ทุ่มเทให้กับการวางแผน การเตรียม ตลอดจน การติดตามการประชุมต่างๆ ไม่น่าแปลกใจเลย กับการคว้าความล้มเหลวมาครอง ดังนั้นการบรรลุเป้าหมายการประชุม จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ลองวิธีง่ายดังต่อไปนี้
ทบทวน - พยายามทบทวนดูว่า การประชุมที่จะจัดขึ้นนั้น สำคัญมากแค่ไหน และสามารถใช้วิธีอื่น แทนการประชุมนี้ได้มั้ย เช่น การโทรศัพท์ การส่งอีเมล์ เป็นต้น
พยายามหลีกเลี่ยงการประชุม เมื่อหัวข้อที่จะประชุมเป็นความลับ, ขาดการเตรียมการที่ดี, หรือว่า หัวข้อที่ประชุม เป็นหัวข้อที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือบาดหมางใจ
เลือกผู้เข้าร่วมประชุมที่ถูกต้อง พยายามหลีกเลี่ยงคนที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนร่วม เนื่องจากจะทำให้เสียเวลา กับทั้งสองฝ่าย
รู้ว่าผลที่จะได้จากการประชุมคืออะไร - ควรจะมีการแจกหัวข้อ ของการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบ และเตรียมการดำเนินงานขั้นต่อไป
หาผู้ช่วย ถ้ารู้สึกต้องทำหน้าที่หลายๆ อย่าง และจะทำให้การรับฟังความคิด หรือการเสนอความคิด เป็นไปแบบไม่สมบูรณ์
พยายามอย่าออกนอกเรื่อง และพยายามสานต่อหัวข้อ ที่กำลังประชุม และชี้ถึงหัวข้อถัดไป เพื่อให้การประชุม เป็นไปตามแผนที่วางไว้
สรุปการประชุมและต้องรู้ว่า ใครจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และเมื่อใด เพื่อให้แน่ใจว่างานที่ได้รับมอบหมาย จะเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ตามกำหนดการ
การประชุมควรมีการเริ่ม และจบตามแผนที่วางไว้
4. คัดเลือกพนักงานที่เหมาะกับตำแหน่ง และเข้ากับองค์กรได้ดี
คุณอาจจะ พบกับปัญหา การลาออกของพนักงานเป็นประจำ และสูญเสียค่าใช้จ่ายมากมาย ในการจ้างพนักงานคนใหม่ นั่นแสดงถึงการเลือกคน และการบริหารบุคคล ที่ยังมีคุณภาพที่ดีพอ เทคนิคที่สำคัญคือ ความอดทน คุณไม่จำเป็นที่ต้องรีบจ้างคน ที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งมาทำงาน การรอเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสม จะทำให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในระยะยาว การด่วนตัดสินใจจ้าง ผลที่ตามมาก็คือ การลาออก และคุณต้องเสียเวลา ที่แทบจะหาไม่ได้ รับสมัครพนักงานคนใหม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก็มากพอควรทีเดียว
การจ้างงาน ควรให้มีการลองงาน ก่อนอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อดูความเหมาะสมกับบริษัท และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การไล่ออก ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความลำบากใจ ให้กับทั้งสองฝ่าย แต่เหตุการณ์นี้ก็เลี่ยงไม่ได้ คุณควรใช้วิธีที่นุ่มนวล การไล่ออกถ้าเป็นไปได้ ควรไล่ออกในวันศุกร์ เพราะเขาจะได้มีโอกาสเก็บโต๊ะ และเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นวันที่คนน้อย ทำให้เขาไม่ลำบากใจมาก
5. รู้วิธีการเข้าหา และประสานงานกับหัวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณอาจเคย หรือกำลังคับแค้นใจ กับหัวหน้าของคุณ และคิดตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่จะมีปาฏิหารย์ ให้หัวหน้ากระเด้งออกจากตำแหน่ง นั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีแล้วหล่ะ วิธีการแก้ไข ก็คือ การปรับปรุง และ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณ กับหัวหน้าของคุณ
เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น พยายามเสนอวิธีการแก้ไข มากกว่าการบ่นกับหัวหน้า พยายามเข้าใจถึงปัญหาของหัวหน้า และเสนอทางเลือกที่จะทำให้คุณ และหัวหน้าของคุณทำงานได้อย่างสบายใจ
ยอมรับผิดถ้าหากว่าทำงานผิดพลาด หลังจากที่ทำงานผิดพลาดแล้ว พยามยามหาทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ