


Written by aud
Sunday, 23 May 2010 18:51
"ผู้นำควรจะมีวิธีการให้อำนาจกับลูก น้องเพียงพอที่จะแก้ปัญหาในงานบริการได้ ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่าพนักงานมีสิทธิตัดสินใจเรื่องอะไรได้ขนาดไหน สามารถใช้ทรัพยากรในเรื่องอะไรได้จำนวนเท่าไร "
วิทยา ด่านธำรงกูล
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
"ผู้นำควรจะมีวิธีการให้อำนาจกับลูกน้องเพียงพอที่จะแก้ปัญหาในงานบริการได้ ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่าพนักงานมีสิทธิตัดสินใจเรื่องอะไรได้ขนาดไหน สามารถใช้ทรัพยากรในเรื่องอะไรได้จำนวนเท่าไร "
จะทำงานบริการ ให้ได้ดี เป็นที่ปลาบปลื้มของลูกค้านั้น เงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่ตัวพนักงานผู้ให้บริการเท่านั้น ตัวผู้บริหารเองก็ต้องทำตัวให้เป็นผู้นำที่ดีในงานบริการด้วย จึงจะทำให้พนักงาน มีกำลังใจในการสร้างบริการที่ดี บ่อยครั้งที่พนักงานบริการแบบซังกะตายหรือนินทานายให้ลูกค้าฟัง เพราะว่าเบื่อหน่ายหัวหน้า หรือบางครั้งพนักงานไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลยเมื่อเกิดปัญหาในการบริการ ก็เนื่องจากนายไม่เคยให้อำนาจ หากตัดสินใจไปแล้วเกิด ผิดพลาดขึ้นมานอกจากนายจะไม่เห็นใจหรือเข้าข้างแล้วยังจะเหยียบซ้ำด้วย เพราะฉะนั้นพนักงานเลยคิดว่าอยู่เฉยๆ ดีกว่า คำตอบ ที่มีให้กับลูกค้าจึงเป็นประมาณ “ไม่ทราบค่ะ” “ไม่ได้ครับ” “ไม่ใช่นโยบายค่ะ”
หากจะสร้างบริการที่ดีให้ลูกค้า บทบาทเหล่านี้คือบทบาทที่ผู้นำในหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน หัวหน้าทีม เจ้าของกิจการ เถ้าแก่ ไปจนถึงซีอีโอต้องแสดง
เป็น นักฟัง ใครๆ มักจะคิดว่าการฟังเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่เห็นจะต้องพูดอะไรกันมาก แต่เอาเข้าจริงทักษะในการฟังเป็นทักษะที่แย่ที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ ถ้าถามพนักงานจำนวนมากอาจจะให้คะแนนความเป็นนัก ฟังของหัวหน้าไม่เกิน C+ เป็นส่วนใหญ่ นักฟังที่ดีต้องรู้จักจดจ่อในสิ่งที่กำลังฟัง แสดงออกถึงความตั้งใจและพร้อมที่จะรับฟังอย่างเต็มที่ นั่นล่ะคือสิ่งที่ลูกน้องต้องการ ไม่ใช่หูฟังแต่ใจลอยไปถึงไหนไม่รู้ ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเรื่องของลูกน้องเป็นเรื่องสำคัญ หรือไม่แม้กระทั่งละมือหรือสายตาไปจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ ซึ่งความไม่ตั้งใจฟังจะบั่นทอนกำลังใจของลูกน้อง และเขาไม่คิดจะเล่าหรือพูด อะไรให้ฟังอีกต่อไป นอกจากแสดงออกซึ่งความสนใจและความพร้อมที่จะฟังแล้ว ผู้นำต้องขจัดสิ่งใดๆ ที่จะมารบกวนการฟังของตนเอง เลิกรับโทรศัพท์สักครู่ หรือหาที่ที่จะคุยกับลูกน้องได้โดยไม่มีงานหรือโทรศัพท์เข้ามารบกวน ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ หรือคิดว่าจะไม่สามารถตั้งใจฟังลูกน้องได้อย่างเต็มที่เนื่องจากต้องเผชิญ กับสิ่งรบกวนในใจหรือรอบข้าง วิธีที่ดีที่สุดคือการบอกกับลูกน้องไปเลยว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าเราต้องใช้เวลาคุยกันอย่างละเอียด ผมเผอิญต้องเตรียม เรื่องเข้าประชุมในอีกครึ่งชั่วโมง คุยตอนนี้ก็อาจจะไม่เต็มที่ ได้ความไม่ครบถ้วน เอาเป็นว่าเรานัดกันหลังจากผมประชุมเสร็จแล้ว ตอนบ่ายสามโมงตรงดีไหม จะได้คุยกันยาวๆ เลย”
ผู้นำต้องรู้จักสร้างบรรยากาศที่จะทำให้ ลูกน้องสะดวกใจที่จะพูดและรู้สึกว่าเขาได้รับการรับฟังอย่างสนใจและเข้าใจ นอกจากนั้นผู้นำที่เป็นนักฟังที่ดีต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากคำพูดด้วย นั่นคืออากัปกริยา สีหน้า ท่าทาง สายตาของลูกน้อง เพราะสิ่งที่ไม่เป็นคำพูดบางครั้งบอกอะไรๆ ได้มากกว่าคำพูดมากมายนัก สุดท้ายต้องแสดงให้ลูกน้องรู้สึก ด้วยว่าสิ่งที่ลูกน้องบอกเล่านั้นมีความสำคัญและมีคุณค่าควรแก่การรับฟัง เป็นอย่างยิ่ง เพราะความรู้สึกนั้นจะสร้างความมั่นใจ สร้างความรู้สึกที่ดีที่จะส่งผลไปถึงการทุ่มเทที่พนักงานจะมีให้กับ งานบริการต่อไป
เป็นเทรนเนอร์ ในงานบริการ ผู้นำต้องทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์หรือนักฝึกอบรมที่ดีด้วย เพื่อจะแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญและทักษะที่จำเป็นกับลูกน้องในหน่วยงาน ต้องพยายามที่จะทำตัวให้รอบรู้และทันสมัยพอที่ จะถ่ายทอดเรื่องราวใหม่ๆ ให้ลูกน้องได้ฟังอยู่เสมอๆ พร้อมกับเปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารแบบสองทางกับลูกน้องเพื่อทำความเข้าใจ ในสิ่งที่พูด ผู้นำจึงควรจะมีวิญญาณแห่งความเป็นครูที่พร้อมจะยืนอยู่หน้าเวทีและถ่ายทอด ได้ ซีอีโอของบริษัททาโก้ เบลล์ ซึ่งเป็นเครือ ข่ายร้านอาหารฟาสฟู๊ตส์แบบแม็กซิกันในสหรัฐ ทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ในหลักสูตรแรกของการอบรมพนักงานใหม่ทุกคนที่รับเข้า มาเป็นเวลากว่าสิบปี ซึ่งเป็นโอกาสที่จะทำให้พนักงานได้เรียนรู้ถึงปรัชญา และวิธีการทำงานของบริษัทที่เติบโตมีร้านทั่วโลกกว่า 20,000 แห่ง การเป็นเทรนเนอร์จะเปิดโอกาสให้พนักงานเห็นว่าผู้นำให้ความสำคัญเพียงใดกับ การพัฒนาคน ผู้นำเองก็จะมีโอกาส ได้เรียนรู้ว่าพนักงานมีศักยภาพมากน้อยเพียงใดด้วย
เป็นติวเตอร์ การเป็นเทรนเนอร์เน้นให้ความรู้กับคนเป็นกลุ่ม แต่การเป็นติวเตอร์เป็นการ ให้ความรู้หรือสอนงานแบบตัวต่อตัว ซึ่งต้องใช้เทคนิคที่แตกต่างออกไปจากการเป็นเทรนเนอร์ เริ่มจากการประเมินดูว่าลูกน้องแต่ละคน มีระดับความรู้ความสามารถขนาดไหน ทำอะไรได้หรือไม่ได้ แล้วจึงหาวิธีการสอนแบบรายตัว ติวเตอร์ที่ดีต้องมีความอดทนที่จะสอน หมั่นติดตามผล ช่างสังเกต รวมถึงมีทักษะในการสื่อสารและการถ่ายทอดที่ดีด้วย การเป็นติวเตอร์ต้องใช้เวลามากกว่าเป็นเทรนเนอร์ เพราะต้องบอก ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เรียกว่าต้องสอนแบบจ้ำจี้จ้ำไช เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และทำเป็นจริงๆ ซึ่งบางครั้งการอบรม ในห้องเรียนไม่สามารถทำได้
เป็นผู้ให้อำนาจ บ่อยครั้งที่การบริการเกิดปัญหาและพนักงานไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะจัดการปัญหา นั้นๆ ได้เลย เหตุการณ์แบบนี้นอกจากจะบั่นทอนความพอใจของลูกค้าแล้วยังจะทำให้พนักงานที่ เป็นด่านหน้าต้องคอยรับคำต่อว่า จากลูกค้าอย่างซ้ำซาก ซึ่งจะทำให้พนักงานเกิดความเครียดและหดหู่ บั่นทอนขวัญและกำลังใจในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง
อย่างวันหนึ่ง ต้องไปทำธุระที่โคราชโดยใช้บริการของสายการบินภายในประเทศขนาดเล็กแห่งหนึ่ง พอไปถึงปรากฏว่าเที่ยว บินยกเลิกโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า (ซึ่งเกิดขึ้นเสมอๆ กับสายการบินนี้) ทีแรกคิดจะต่อว่าเสียหน่อย แต่เปลี่ยนใจเพราะมีผู้โดย สารคนหนึ่งกำลังต่อว่าแทนอย่างเอาเป็นเอาตายในขณะที่พนักงานสาวสองคนที่ เคาน์เตอร์ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ตีหน้าจ๋อยสนิท เป็นอันว่าต้องหิ้วกระเป๋ากลับบ้านเพื่อมาใหม่เช้าวันรุ่งขึ้น เดินออกมายังไม่พ้นสนามบินก็มีพนักงานสายการบินนั้นวิ่งมาบอกว่าเพื่อ แก้ปัญหาให้ลูกค้า เขายินดีจะจัดรถตู้ไปส่งให้ ฟังแล้วก็รู้สึกทะแม่งๆ ว่าเสียค่าตั๋วเครื่องบิน แต่จะต้องไปด้วยรถตู้ดูพิกลอยู่ แต่เพื่อไม่ให้ เสียงาน รถตู้ก็รถตู้ ถามพนักงานคนนั้นว่ารถตู้อยู่ที่ไหน จะออกเวลาใด คำตอบที่ได้รับคือ “ต้องขออนุมัติจากผู้จัดการก่อนนะคะว่าจะ ได้หรือไม่” ลูกค้ายอมกันขนาดนี้แล้ว ยังต้องรอผู้จัดการอีกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรกันแล้ว
ผู้นำควรจะมีวิธีการให้อำนาจกับลูกน้องเพียงพอที่จะแก้ปัญหาใน งานบริการได้ ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่าพนักงานมีสิทธิตัดสินใจเรื่องอะไรได้ขนาดไหน สามารถใช้ทรัพยากรในเรื่องอะไรได้จำนวนเท่าไร นอกจากนั้นยังจะต้องให้ความรู้และเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดการใช้วิจารณญาณที่ดี รวมถึงให้สิ่งจูงใจเมื่อพนักงาน ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วย เช่นบริษัทเฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส (FedEx) บริษัทรับส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศรายใหญ่ ของโลกให้อำนาจกับพนักงานที่จะตัดสินใจได้เสมอในวงเงินไม่เกิน500 เหรียญ หากต้องทำการแก้ไขปัญหาใดๆ ให้กับลูกค้า หากเกินกว่า 500 เหรียญจึงค่อยขออนุมัติจากหัวหน้า
เป็นต้นแบบ ผู้นำต้องทำตัวเป็นต้นแบบที่ดีด้วยเสมอ การไม่ทำในสิ่งที่พูดจะลดความน่า เชื่อถือของผู้นำในสายตาของลูกน้อง หากพูดตลอดเวลาว่าให้ลูกน้องบริการลูกค้าอย่างดี แต่ผู้นำกลับไม่เห็นลูกค้าอยู่ในสายตา ก็เชื่อได้ว่าสิ่งที่พูดจะไม่มีทางเป็นจริงไปได้ บริษัทที่มีบริการระดับโลกจึงมักมีข้อกำหนดให้ผู้นำหรือผู้บริหารระดับสูงลง มาสัมผัสกับลูกค้า หรือทำงานแบบติดดินกันบ้าง เพื่อเรียนรู้ลูกค้า ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกน้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง ภาพที่ประธาน ใหญ่ของดิสนีแลนด์ มายืนหนีบตั๋วให้ลูกค้าที่ประตูทางเข้า หรือผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดของแมคโดนัลส์มาให้บริการที่หน้าเคาน์เตอร์ ในร้าน จึงไม่ใช่ของแปลกแต่ประการใด กลับเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำด้วยซ้ำ
เป็นที่ปรึกษาและผู้ สร้างแรงบันดาลใจ ผู้นำต้องทำตัวเป็นที่พึ่งพิงของลูกน้อง เพราะงานบริการ มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้เสมอ การคอยเป็นที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลูกน้องจึงเป็นบทบาทที่เป็นความคาดหวังเสมอ นอกจากนั้นยังต้องให้การสนับสนุนด้านจิตใจ คอยชี้ให้เห็นเป้าหมายและโอกาสของการบริการ ชี้ให้พนักงานเห็นความสำคัญในงาน ของตนเองว่าทำไปทำไมและจะสร้างประโยชน์อะไรให้กิจการ คอยปลุกเร้าให้พนักงานมีจิตใจที่เข้มแข็ง กระตุ้นให้พนักงานร่วมมือ ร่วมใจกันปรับปรุงบริการที่มีอยู่และสร้างบริการใหม่ๆ เพื่อความประทับใจของลูกค้า
บทบาทของผู้นำในบริการนั้นมีหลาก หลาย เป็นบทบาทที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับทีมงาน ในการบริการ สร้างความรอบรู้เชี่ยวชาญให้กับพนักงานผู้ให้บริการ สร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้กับบริการ และสร้างแบบอย่าง ให้พนักงานยึดถือปฏิบัติ บทบาทเหล่านี้หากได้ฝึกปรือและลงมือทำอย่างจริงจัง ย่อมทำให้พนักงานรู้สึกว่ามีที่พึ่ง มีผู้สนับสนุนช่วยเหลือ และมีผู้สร้างความเข้มแข็งให้ทั้งทางกายและจิตใจ เมื่อนั้นจะทำให้พนักงานเกิดความสุขและพร้อมจะให้บริการที่ดีกับลูกค้าต่อไป
อย่าลืมว่าพนักงานที่มีความสุขเท่านั้น จึงจะสร้างบริการที่มีความสุขให้ลูกค้าได้...
- Latest Articles
Latest Articles:
- Most Read Articles
Most Read Articles: