Written by pranee2552 Monday, 24 May 2010 09:45
อภิมหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่ง สุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชายวันห้าขวบของเขา
กำลังจะได้เข้าเรียนในโรงเรียน ชื่อดัง ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขาเท่านั้น
จึงจะมีปัญญาส่งลูกหลาน เข้าเรียนในโรงเรียนนี้ได้
โดยส่วนตัวของเขาเอง ก็อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลก
ควบคู่ไปกับการสอนทฤษฏีใน โรงเรียน
ในวันหยุดเขาจะตระเวนพาลูกชายคน เดียว ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ
แล้ววันหนึ่ง เขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่องความยากจน
เพราะเขามีความเชื่อว่า ลูกชายของเขาคงไม่มีวันรู้จักแน่นอน
เขาจึงพอลูกชายไปเยี่ยมครอบ ครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง
และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน
กลับ ถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมา
มหาเศรษฐีก็จะทดสอบว่าลูกชายได้อะไรบ้าง
จาก การไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจน
อภิมหาเศรษฐีเกือบจะชรา ผู้หนึ่ง สุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชายวันห้าขวบของเขา
กำลังจะได้เข้าเรียน ในโรงเรียนชื่อดัง ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขาเท่านั้น
จึงจะมีปัญญาส่ง ลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ได้
โดยส่วนตัวของเขาเอง ก็อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลก
ควบคู่ไปกับการสอนทฤษฏีใน โรงเรียน
ในวันหยุดเขาจะตระเวนพาลูกชายคนเดียว ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ
แล้ววันหนึ่ง เขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่องความยากจน
เพราะเขามีความเชื่อว่า ลูกชายของเขาคงไม่มีวันรู้จักแน่นอน
เขาจึงพอลูกชายไปเยี่ยมครอบ ครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง
และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน
กลับ ถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมา
มหาเศรษฐีก็จะทดสอบว่าลูกชายได้อะไรบ้าง
จาก การไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจน
ลูกชายตอบคำถามผู้เป็นบิดาว่า เขาขอขอบคุณเป็นอย่างมาก
ที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนาและพักแรมที่นั่น ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า....
......ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนาที่กว้าง ใหญ่
ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ว่ากว้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าท้องทำงานของชาวนา
......อาหารที่ชาวนารับประทาน สามารถหาได้ตลอดเวลารอบๆ บริเวณบ้านโดยไม่ต้องซื้อหา
ในขณะที่บ้านของ เรามีตู้เย็นเท่านั้นที่เป็นที่เก็บอาหาร
.......เวลารับประทาน อาหารก็มีเพื่อนคุยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก
ในขณะที่ตัวเองก็ ต้องนั่งทานอาหารกับโต๊ะอาหาร ที่ยาวเกือบสิบเมตร และมีเก้าอี้ว่างเปล่าทั้งสองด้าน
......ลูกชาวนาที่ซ้อนท้าย จักรยานของพ่อเขา ต้องกอดเอวพ่อให้แน่นเพื่อจะได้ไม่ตกจากจักรยาน
แต่ เขาเองต้องนั่งในรถที่ให่โตอยู่ข้างหลังเพียงลำพัง โดยมีคนขับรถพาไปทุกที่
......... ชาวนามีแสงดาวแสงจันทร์เป็นโคมไฟส่องสว่างตลอดเวลาในเวลากลางคืน โดยไม่ขาดแคลน
แต่เขาก็มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ต้องซื้อด้วยเงิน
........ ชาวนามีรั้วบ้านเป็นแม่น้ำ ภูเขาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
แต่เขาเองกลับมี เพียงแค่กำแพงบล๊อคในพื้นที่ไม่กี่ไร่
.........ลูกชาวนาได้มี เพื่อนเล่นเป็นจิ้งหรีด หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน
แต่เขาเองกลับไม่มีใคร เลย
เขาขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้เขารู้คำตอบว่า..จริงๆ แล้ว
....... เรายากจนกว่าชาวนามาก