Last Updated on Saturday, 13 November 2010 11:32 Written by clOs3r- Saturday, 13 November 2010 11:26

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 13 ตุลาคม ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อกรณีเกิดข่าวลือว่า สึนามิจะเข้าประเทศไทยในวันที่ 30 ธันวาคม 2553 เวลาประมาณ 24.00-02.00 น.

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 30 ต.ค.- 13 พ.ย.
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กรมอุตุนิยมวิทยา
เนื่องจากผลการตรวจของกรมอุตุนิยมวิทยาในขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าจะมีคลื่นสึนามิเกิดขึ้น จึงได้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือเชื่อข่าวลือใด ๆ และขอให้ตรวจสอบจากกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานตัวเลขล่าสุด จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต จากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จำนวน 28 จังหวัด ล่าสุด มียอดผู้เสียชีวิต รวม 215 ราย แบ่งเป็นในภาคเหนือ กลาง และอีสาน จำนวน 152 ราย โดยมี จ.ลพบุรี เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย นนทบุรีเพิ่ม 3 ราย พระนครศรีอยุธยา 2 ราย ส่วนในภาคใต้ เสียชีวิตรวม 63 ราย โดยมี จ.ชุมพร เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ตรังเพิ่ม 1 ราย และนครศรีธรรมราชเพิ่ม 1 ราย
น้ำท่วมยะลา
บรรยากาศทั่วไปในพื้นที่จังหวัดยะลา ก็ยังคงมีท้องฟ้ามืดครึ้ม และมีฝนตกลงมาประปราย แต่ไม่ส่งผลต่อการเกิดภาวะน้ำท่วมขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ก็ยังคงเป็นช่วงหน้าฝนของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ไปจนถึงเดือนธันวาคม ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม เพราะต้องระมัดระวังสภาวะน้ำฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมขังขึ้นได้ แต่พี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็มีการออกมาจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ตลาดย่านการค้า ภายในเขตเทศบาลนครยะลา มีความคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลวันสำคัญวันหนึ่งของพี่น้องมุสลิม คือ วันรายอฮัจยี ในวันที่ 16-17 พ.ย.นี้ ซึ่งในปีนี้ ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ มีพี่น้องมุสลิมไปหาซื้อกันน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองคำที่มีราคาสูงขึ้นถึงบาทละกว่า 20,000 บาท แล้ว
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากการเกิดสภาวะน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนกันเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยะลา ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน แต่อีกส่วนหนึ่งก็ได้รับผลพลอยได้จากราคายางพารา ที่ขณะนี้สูงขึ้น และมีราคากิโลกรัมละ กว่า 100 บาทแล้ว เนื่องจากเป็นฤดูฝน ทำให้ราคายางพารามีราคาแพงขึ้น
ด้าน นายยาลี ดือราแม ผู้ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติจากธรรมชาติ โดยชุมชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ได้เกิดภัยพิบัติขึ้นมาในทุกพื้นที่ เนื่องจากภาวะโลกร้อน จึงได้มีแนวคิดในการรวมตัวกัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดตั้งเป็นเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติ โดยชุมชนท้องถิ่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีเครือข่าย จำนวน 18 ตำบล ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทางราชการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เกิดปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมอุตุนิยมวิทยา