อบรมทำเว็บไซต์ ได้ผลรวดเร็ว เพียง 2 วันท่านมีเว็บไซต์ของตัวเองได้
ทุกขั้นตอน ในการปฏิบัติงานจริง สอนแบบตัวต่อตัว ณ สถานที่ ทำงานจริง
- ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง การเขียนโปรแกรม
- ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องกราฟฟิค
- สร้างเว็บไซต์ให้สวย ให้ได้ผลด้วยวิธีง่ายๆ เหมือนสร้างเอกสาร Word, Excel
- สร้างเสร็จ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองง่ายๆ
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 03 ธันวาคม 2010 เวลา 03:41 น. เขียนโดย nung วันศุกร์ที่ 03 ธันวาคม 2010 เวลา 03:30 น.
ปักกิ่ง-สื่อ ทางการจีนระบุว่ากองทัพแดงต้องพร้อมรับมือกับสงครามไซเบอร์ที่มีสมรภูมิใน โลกอินเทอร์เน็ต หลังจากที่รัฐบาลได้ควบคุมตัวแฮ็กเกอร์ชาวจีนนับร้อยคน ทั้งยังได้กล่าวถึงการกระทำของเว็บไซต์วิกิลีกส์ว่า "ไร้สาระ"
หนังสือพิมพ์พีเพิล'ส ลิเบอเรชั่น อาร์มี่ ของทางการจีน รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (2 ธ.ค.) ว่ากองทัพจีนเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งเป็น ภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศในรูปแบบใหม่ ในปัจจุบันการกระจายข่าวสารเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ ในการรับมือกับปริมาณข้อมูลที่มีจำนวนมาก และการรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต โดยผู้นำของกองทัพต้องรับรู้และหาทางรับมือกับสงครามข่าวสารที่มีความรุนแรง อย่างมาก
รายงานข่าวดังกล่าวของสื่อทางการจีนมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลจีนเปิดเผย ว่า ได้จับกุมแฮ็กเกอร์มากกว่า 460 คน และปิดเว็บไซต์หลายแห่งที่มีเนื้อหาในการสอนประชาชนให้มีทักษะในการเจาะระบบ คอมพิวเตอร์ และเตือนว่าจะมีการทำสงครามบนโลกไซเบอร์โดยผู้เชี่ยวชาญในทั่วประเทศ
เว็บไซต์ของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (30 พ.ย.) ว่า ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีเกี่ยวกับการลักลอบเข้าถึงข้อมูลโดยแฮ็กเกอร์ทั่ว ประเทศจีนแล้ว 180 คดี ขณะที่ทั่วประเทศจีนมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 420 ล้านคน และยอมรับว่าสถานการณ์สงครามไซเบอร์ในประเทศจีนมีความรุนแรงอย่างมาก และมีการเจาะเข้าถึงข้อมูลภายในประเทศในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเว็บไซต์แห่งหนึ่งในรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกกระทรวง ความมั่นคงสาธารณะปิด ยังคงเข้าถึงได้โดยใช้ชื่ออื่น
ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวถึงการเปิดเผยโทรเลขทางการทูตของสหรัฐกว่า 2.5 แสนหน้าของเว็บไซต์วิกิลีกส์ว่า เป็น "เรื่องไร้สาระ" โดยเอกสารบางส่วนได้แสดงให้เห็นว่าจีนได้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการ ส่งชิ้นส่วนจรวดมิสไซล์ให้แก่เกาหลีเหนือ และมีการระบุว่าผู้นำจีนอยู่เบื้องหลังการทำสงครามไซเบอร์กับกูเกิล และ บริษัทของสหรัฐ รวมทั้งยังมีการระบุในโทรเลขฉบับหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนกล่าวถึง เกาหลีเหนือซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของประเทศว่า "เด็กเสียคน"
รายงานข่าวดังกล่าวระบุถึงคดีการลักลอบเข้าถึงข้อมูลภายในประเทศจีนเท่า นั้นโดยไม่ได้อ้างถึงการที่แฮ็กเกอร์ต่างประเทศเจาะเข้าถึงข้อมูลภายใน ประเทศจีนหรือเผยแพร่ข้อมูลโจมตีประเทศจีน
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี กูเกิลและอีกกว่า 20 บริษัทของสหรัฐได้มีข้อพิพาทกับรัฐบาลจีนในประเด็นการควบคุมการเผยแพร่ ข้อมูลและการทำสงครามไซเบอร์ ส่งผลให้กูเกิลต้องลดบริการของเว็บไซต์สำหรับประชาชนจีนในแผ่นดินใหญ่ลงใน ที่สุด

dy>