เขียนโดย Mr-Amnart วันพฤหัสบดีที่ 04 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:58 น.
ผู้ค้าไอที แฮปปี้รับอานิสงส์บาทแข็ง ช่วยกระตุ้นตลาดโค้งสุดท้าย ระบุ"คอมมาร์ต 2010" โอกาสทองผู้ซื้อ ผู้ค้าพร้อมใจถล่มราคาโกยยอดขายปลายปี ด้านเออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ตเจรจาผู้ค้าลดราคาสินค้าลงเบื้องต้น 5% แต่เชื่อการแข่งขัน-แรงผลักดันสินค้าใหม่ ช่วยกระตุ้นผู้ค้าลดลงสินค้าในสต๊อกลง 15% เผยงานนี้ได้เห็นเน็ตบุ๊กราคา 7,000 บาท โน้ตบุ๊กราคา 10,000 บาท
นายกฤชวัฒน์ วรวานิช รองประธานบริหาร บริษัทคอมเซเว่น จำกัด ผู้ค้าส่ง และค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 10% มีผลต่อราคาสินค้าไอทีเป็นอย่างมาก ซึ่งนโยบายของบริษัท คือ เลือกปรับราคาสินค้าลงมาให้กับลูกค้า โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการปรับราคาสินค้าทุกประเภทลงมาเฉลี่ย 10 % ซึ่งจากการดำเนินนโยบายลดราคาสินค้าลงมาก็ช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีได้ เป็นอย่างดี โดยช่วยให้ผู้บริโภคมีการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
"เราลดราคาสินค้าลงมามากกว่าทำกำไรจากค่าเงิน คู่แข่งที่เห็นแล้วยากเล่นเกมนี้ก็ต้องลดราคาขายลงมา ซึ่งมองว่าช่วงนี้เป็นโอกาสทองของผู้บริโภคจริงๆ ในการเลือกซื้อสินค้าไอทีราคาถูก โดยเฉพาะในงานคอมมาร์ต 2010 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 พฤศจิกายน 2553 นั้น ซึ่งเป็นงานซื้อขายงานใหญ่ช่วงปลายปีนั้นแม้แต่ผู้ผลิตที่บอกว่ามีการซื้อ ประกันค่าเงินล่วงหน้า ก็จะยอมตัดกำไร เพื่อลดราคาลงมาแข่งขัน
ขณะที่นายชาติชาย วิทยธรรมโสภณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทฮาร์ดแวร์เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่าจากกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา 10% นั้นน่าจะมีผลต่อราคาขายสินค้าจริงในเดือนธันวาคม 2553 เนื่องจากขณะนี้ยังมีสินค้ารายการในสต๊อกที่มีการนำเข้ามาในอัตราแลกเปลี่ยน เดิมอยู่ แต่สินค้าบางตัวมีการแข่งขันรุนแรง โดยคู่แข่งมีการลดราคาลง อาทิ ฮาร์ดดิสก์พกพา ก็ยอมลดกำไร โดยลดราคาสินค้าลงมา แม้จะมีสต๊อกเดิมอยู่ ขณะที่ในงานคอมมาร์ต วันที่ 3-7 พฤศจิกายนนั้นก็จะนำสินค้าในสต๊อกเก่ามาลดราคา ซึ่งเชื่อว่าผู้ผลิตหรือผู้ค้าทุกรายก็จะพยายามลดราคาสินค้าลงมาเพื่อช่วง ชิงตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี เพราะทุกรายไม่ทราบว่าค่าเงินบาทจะลดลงเมื่อไร โดยภาพรวมจึงมองว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าไอ ทีช่วงนี้
ด้านนายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที ภายใต้ชื่อ "คอมมาร์ต" กล่าวว่าบริษัทได้มีการหารือ กับผู้ผลิตในเบื้องต้นเพื่อขอให้ลดราคาสินค้าในงานคอมมาร์ต คอมเทค 2010 ลง 5 % อย่างไรก็ตามขณะนี้ค่าเงินบาทปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 10% ดังนั้นก่อนใกล้วันงาน คือ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 จะมีการหารือกับผู้ผลิตสินค้าเพื่อลดราคาอีกครั้ง
ขณะเดียวกันเชื่อว่าด้วยปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตนำเข้าร่วมแข่งขันในงาน นี้ ซึ่งเป็นตลาดช่วงสุดท้ายของปี โดยเฉพาะในงานนี้จะมีสินค้าใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าใหม่จะดันให้ราคาสินค้ารุ่นเดิมลงมาเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าราคาสินค้าที่จำหน่ายในงานดังกล่าวจะลดลงไม่ต่ำกว่า 15% โดยขณะนี้เริ่มมีผู้ผลิตนำเน็ตบุ๊ก มาจำหน่ายในราคาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,000 บาท ขณะที่คอมพิวเตอร์พกพา หรือโน้ตบุ๊ก จะมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 10,000 บาท
สำหรับปีนี้บริษัทได้ขยายระยะเวลาจัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 5 วัน จากเดิม 4 วัน ซึ่งแม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตทุกรายก็พร้อมขยายวันออกไป ซึ่งจากการขยายวันจัดงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าที่น่าสนใจ และค่าเงิน ทำให้บริษัทคาดว่าจะมียอดเม็ดเงินการซื้อขายภายในงานเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 ล้านบาท จากเดิมปีที่ผ่านมา 3,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายในแง่จำนวนนั้นคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 50%
นายปฐม กล่าวต่ออีกว่า ภายในงาน คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2010 ครั้งนี้ยังมีการแสดงเทคโนโลยีและไฮไลต์ที่น่าสนใจ เพื่อให้เข้ากับแนวโน้มเทคโนโลยีในปีหน้าที่จะเป็นเทรนด์รองรับในทุกธุรกิจ อาทิ แท็บเลต พีซี เช่น โตชิบา โฟลิโอ 100, ซัมซุง กาแล็กซี่ แท็บ รวมถึง อีบุ๊ก รีดเดอร์ และสินค้าที่มีการแสดงผลระดับสูง (High Def Solution) อาทิ จอทีวีแอลซีดี จอสัมผัสอินเตอร์แอกทีฟ ดิจิตอล บอร์ด ขนาด 52 และ 65 นิ้ว และหุ่นยนต์ "ดินสอ" ที่ได้รับการพัฒนาขีดความสามารถให้โต้ตอบกับมนุษย์ได้มากขึ้น หุ่นยนต์เพื่อการพาณิชย์รายแรกของไทย สามารถฟังคำสั่งและแสดงอารมณ์สีหน้าได้, สมาร์ทโฟนที่มี แอพพลิเคชัน หรือ บริการ ให้เลือกใช้มากมาย เช่น ไอโฟน 4 , วินโดว์ส โฟน 7
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,578 28-30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

dy>