ร้าน ถ่ายรูปด่วน ที่ โลตัส บ้านฟ้าปิยรมย์ คลอง 6 ลำลูกกา ปทุมธานี (กล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ / บริการถ่ายภาพ)ร้าน ทูโพโต้ ดอท คอม นอกจากจะให้บริการ อินเตอร์ เน็ต และเกมส์ออนไลน์แล้ว ยัง เปิดเป็นศูนย์ถ่ายรูป ด่วนดิจิตอล Digital Photo กับบริการการถ่ายรูปด่วน ... |
เขียนโดย clOs3r- วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2010 เวลา 10:47 น.

"กรณ์" ชงมาตรการช่วยผู้ส่งออกเข้า ครม.อังคารนี้ เตรียมขนมาตรการทางภาษีจูงใจผู้ประกอบการ ใช้โอกาสบาทแข็งปรับประสิทธิภาพการผลิต ค้านเอกชนเสนอตั้งกองทุนอุ้ม 5 พันถึงหมื่นล้านเพราะไม่เป็นธรรม ยันจี้ประเทศมหาอำนาจร่วมหารือแก้ปัญหาค่าเงิน ชี้ทางออกต้องลดบทบาทการส่งออกและสนับสนุนการบริโภคในประเทศ
มุมโษณา:-|-
-|-
-|-
-|สมัครบัตรเครดิตซิตี้แบงค์ รับบัตรกำนัลเทสโก้โลตัส มูลค่า 500 บาท เฉพาะที่ Silkspan เท่านั้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบเสมือนจริงจากรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเดินทางไปประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 8 – 9 ตุลาคม ว่า ก่อนมาร่วมประชุมได้มีโอกาสหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการส่งออกที่ได้รับกระทบจากความผันผวนของค่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาในวันที่ 12 ตุลาคมนี้
ทั้งนี้ จะมีทั้งการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ไม่สามารถเข้าถึงการป้องกันความ เสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากประกันความเสี่ยงจำนวนน้อย ทำให้ต้นทุนการประกันสูงส่งผลกระทบกับสภาพคล่องของบริษัทหรือสถาบันการเงิน ไม่รับประกัน โดยคลังจะให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารออมสิน หามาตรการเข้าไปช่วยดูแล นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจะใช้มาตรการภาษีของกรมสรรพากรและกรมศุลกากรเพื่อจูงใจ ให้ผู้ประกอบการใช้โอกาสดีในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเร่งปรับตัวด้วยการลง ทุนเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีใหม่ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมกว่าที่ตั้งใจไว้ การดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญในการรับมือกับค่าเงินที่แนวโน้มยัง แข็งค่าต่อไปเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
"คลังตั้งโจทย์ว่าอาจจะมีนโยบายทางภาษีของกรมสรรพากร และกรมศุลกากรเพื่อช่วยผู้ประกอบการในการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบการไทย และยกระดับมาตรฐานการผลิตและการลง ทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดิมผู้ประกอบการมีแผนจะขยายการลงทุนในอีก 2 - 3 ปีข้างหน้า ก็ใช้มาตรการภาษีดังกล่าวช่วยให้มีการขยายการลงทุนตอนนี้เลย ซึ่งเรื่องมาตรการภาษีดังกล่าวได้ให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังดูอยู่" นายกรณ์กล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่านี้ เอกชนและรัฐบาลต้องช่วยกันคิดว่าจะปรับตัวอย่างไร เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขัน เพราะการจะมานั่งหวังว่าจะให้ใครเสกค่าเงินบาทอ่อนลงไปนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำที่สวนทางกับความเป็นจริง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำได้แค่ลดความผันผวนของค่าเงินให้น้อยลงเท่านั้น ไม่มีมาตรการใดลดการแข็งค่าของค่าเงินบาทได้
นาย กรณ์ กล่าวอีกว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของภาคเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนจำนวน 5,000 ล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน บาท เพราะเห็นว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นปัจจัยหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยที่เป็นปัญหาธุรกิจ หากเข้าไปช่วยชดเชยกำไรเพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกได้เท่าเดิมด้วยการตั้ง กองทุน ก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการประเภทอื่นที่ได้รับผลกระทบอื่นที่ไม่ใช่ค่า เงิน และการตั้งกองทุนก็ไม่รู้ว่าจะนำเงินจากที่ไหนมาใช้
นอกจากนี้ เรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอาจมีการปรับลดลงนั้น คงต้องไปถามทาง กนง.และผู้ว่าฯ ธปท.เองว่ามีแนวคิดอย่างไร โดยในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งที่เป็นคนตัดสินใจว่าจะขึ้นหรือ จะลดอัตราดอกเบี้ย มีคณะกรรมการคนอื่นร่วมพิจารณาด้วย คงต้องมีการพูดคุยหารือกันว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของคลังเป็นคนตัดสินใจ
"จริง ๆ เคยพูดเรื่องแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทมาตั้งแต่ 1-2 ปีก่อนแล้ว และเมื่อปัญหาเกิดขึ้นจริง ก็ไม่อยากให้ทุกคนไปติดหล่ม และให้ความสนใจเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก ตอนนี้ทุกคนควรตั้งสติ ดูทิศทางและพื้นฐานเศรษฐกิจของแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาบาทแข็งค่าก็ไม่ได้สวนทางหรือผิดธรรมชาติแต่อย่างใด ซึ่งผมกับผู้ว่าการ ธปท.ก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นกับหลาย ๆ ประเทศที่มาร่วมประชุม ว่าอยากให้ประเทศมหาอำนาจหันหน้าคุยกัน และแก้ปัญหาตามข้อเท็จจริง เพื่อควบคุมให้อัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกผันผวนน้อยที่สุด และให้โอกาสทุกประเทศในการปรับตัว โดยเฉพาะประเทศขนาดกลางและเล็ก" นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์กล่าวว่า ในการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุมก็แสดงความเป็นห่วงเรื่องปัญหาค่าเงิน เพราะทุกประเทศได้รับผลกระทบ ซึ่งในส่วนของประเทศในอาเซียนผ่านทางผู้ว่าการธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ก็ได้หารือปัญหาเรื่องค่าเงินร่วมกัน เพื่อหาจุดยืนในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมถึงส่งสัญญาณให้ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหารือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาค่า เงิน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในการประชุมจี 20 ในเดือนพฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้ รมว.คลังกล่าวยอมรับว่า การแข็งค่าของเงินบาทในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศบ้าง แต่คงไม่มากนัก โดยขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ ธปท.กำลังประเมินผลกระทบที่แท้จริงอยู่ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าปีนี้การเติบโต ทางเศรษฐกิจของไทยจะยังเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 7% ต่อปี
"ภาพรวมของผู้ประกอบการในภาคส่งออกส่วนใหญ่ก็ยังมีกำไรอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าในระยะสั้นเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นเป็นกลไกหนึ่งทาง เศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวหากเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องก็จะส่งผลกระทบต่อ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การลดบทบาทของภาคส่งออกและสนับสนุนการบริโภคในประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญ" นายกรณ์กล่าว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
![]()

>