แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2010 เวลา 12:10 น. เขียนโดย clOs3r- วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2010 เวลา 12:07 น.

สำนักข่าวบีบีซีออนไลน์รายงานผลการวิจัยอันใหม่ ซึ่งพบว่าการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างหนักคือใช้เป็นเวลาติดต่อกันนานๆ
ในระหว่างวันมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งที่ต่อมน้ำลาย ที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้เป็นการวิจัยที่ศึกษาในประชากรตัวอย่างที่เป็นชาวอิสราเอลจำนวนทั้ง สิ้น 500 คนซึ่งทั้งหมดพบว่ามีอาการของโรคมะเร็งต่อมน้ำลายโดยทำการศึกษาเปรียบเทียบ กับปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้เทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งเป็นคนที่มีสุขภาพปกติจำนวน 1,300 คน
ผลการวิจัยอันนี้พบว่าคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือในลักษณะของการเอา เครื่องโทรศัพท์นาบไว้กับหูข้างใดขางหนึ่งเป็นเวลารวมกันหลายชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำหลายสูงกว่าปกติถึง 50%
ผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านระบาดวิทยาของอเมริกา The American Journal of Epidemiology โดยก่อนหน้านี้ก็มีการวิจัยหลายอันที่พยายามศึกษาถึงความสัมพันธ์กันระหว่าง ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือและมีหลายการ วิจัยที่เดียวที่สรุปออกมาว่าไม่พบว่ามีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งที่ สัมพันธ์กับการใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เทล อาวิบ ซึ่งทำการวิจัยล่าสุดนี้วิเคราะห์ว่าเหตุที่การวิจัยก่อนหน้านี้หลายอันไม่ พบว่าการโทรศัพท์มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคมะเร็งนั้นก็เพราะว่าการวิจัย เหล่านั้นมักมุ่งศึกษาไปที่เนื้องอกหรือมะเร็งในสมองและมักจะไม่ได้ศึกษากัน ถึงผลในระยะเวลาที่ยาวพอ สำหรับมะเร็งต่อมน้ำลายนั้นเป็นมะเร็งชนิดที่พบได้ค่อนข้างน้อยมาก ยกตัวอย่างสถิติในประเทศอังกฤษพบว่าจากจำนวนคนที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค มะเร็งประมาณ 230,000 คนต่อปีมีเพียงจำนวน 550 คนเท่านั้นที่เป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำลาย
ดร.ซีกัล ซาเดทซกี
ซึ่งเป็นหนัวหน้าทีมนักวิจัยจากประเทศอิสราเอลกล่าวว่าการใช้โทรศัพท์มือถือ ของคนในประเทศอิสราเอลนั้นถือว่าใช้กันในลักษณะที่หนักกว่าการใช้โทรศัพท์ มือถือในประเทศอื่นๆ เป็นอย่างมากฉะนั้นผลการวิจัยนี้จึงน่าจะเป็นข้อมูลที่แสดงได้ให้เห็นถึงผล ที่อาจจะเกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือในระยะยาวได้
เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาอื่นๆ แล้วพบว่าปริมาณการถูกสัมผัสกับคลื่นความถี่วิทยุของกลุ่มตัวอย่างที่เรา ศึกษานั้นมีปริมาณที่สูงกว่ามากทีเดียว จึงน่าจะกล่าวได้ว่านี่คือผลที่เกิดจากใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่เร่งเวลามาให้ดูกันในประอิสราเอล
ดร.ซาเดทซกี กล่าว และข้อสังเกตประการหนึ่งที่ทีมนักวิจัยจากประเทศอิสราเอลพบก็คือคนที่ใช้ โทรศัพท์มือถืออย่างหนักซึ่งเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทจะมีความเสี่ยงใน การเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำหลายที่สูงกว่าผู้ใช้ที่ใช้มือถือในปริมาณที่พอๆ กันแต่อาศัยอยู่ในเขตเมือง นั่นเป็นเพราะว่าในเขตชนบทนั้นเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีเท่าในเมืองทำ ให้โทรศัพท์ที่ใช้ต้องปล่อยคลื่นความถี่ที่สูงกว่าที่ใช้กันในเมือง อย่างไรก็ดีดร.ซาเดทซกี กล่าวว่า
การศึกษาเพียงการศึกษาเดียวก็ดู เหมือนจะยังไม่เพียงพอที่จะฟันธงลงไปว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุโดย ตรงที่ทำให้คนป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำลายหรือเปล่าฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมี การทำการวิจัยเพิ่มอีกเพื่อพิสูจน์สิ่งที่การวิจัยนี้ได้ค้นพบ ที่มา : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

body>