แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2010 เวลา 17:03 น. เขียนโดย clOs3r- วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2010 เวลา 12:21 น.
สำนักการระบายน้ำ รายงานน้ำขึ้นสูงสุดในแม่น้ำเจ้าพระยา วัดได้ 2.06 ม. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.17 ม. ชี้ น้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง เวลา 19.10 น. ด้าน ผอ.สำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เตือนรัฐบาลเร่งสกัดน้ำเหนือ ก่อนทุกจังหวัดริมเจ้าพระยาจมบาดาล

ภาพจากเกาะเกร็ด บ้านล่าง หมู่6 จมน้ำมาตั้งแต่วันที่18 ต.ค. : เครดิตโดย @Phensasitorn

ด่วน ไฟฟ้านนทบุรี แจ้งไป3ครั้ง น้ำจะท่วมมิเตอร์แล้ว--หมู่6บ้านล่าง เกาะเกร็ด : เครดิตโดย @Phensasitorn

ชาวบ้านใช้เรือสัญจรถนนในชุมชนบ้านล่าง หมู่6 เกาะเกร็ด : เครดิตโดย @Phensasitorn
สถานการณ์ น้ำท่วม ที่บริเวณเชิงสะพานกรุงธน หรือ สะพานซังฮี้ วันนี้ (27 ตุลาคม) ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนัก การระบายน้ำได้รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระดับน้ำขึ้นสูงสุดในแม่น้ำเจ้าพระยา วัดได้ 2.06 ม. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.17 ม. และน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง เวลา 19.10 น.
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่สูงขึ้น ประกอบกับเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนได้ตกอย่างหนัก ส่งผลให้ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ และชุมชนวัดราชผาติการาม บริเวณเชิงสะพานกรุงธนได้รับผลกระทบ ซึ่งล่าสุดน้ำยังคงไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนในบริเวณชุมชนเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้ประกอบร้านอาหารบางส่วน ยังคงไม่เปิดให้บริการตั้งแต่ระดับน้ำเพิ่มสูงในหลายวันที่ผ่านมา
เช่น เดียวกับที่ท่าน้ำตลาดคลองสาน เขตคลองสาน ในเช้าวันนี้ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครเข้าไปยังบริเวณทาง เท้าแล้ว แต่ก็ยังมีประชาชนใช้บริการเรือข้ามฟาก ข้ามไปยังท่าเรือสี่พระยาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริเวณดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่เทศกิจจากสำนักงานเขตคลองสาน 4 นาย มาประจำท่าเรือ เพื่ออำนวยความสะดวก พร้อมรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม บริเวณตลาดดังกล่าว จะมีคลองสานและคลองระบายน้ำ ขนาบข้างตลาด ซึ่งจะสามารถรับน้ำไม่ให้เข้าท่วมตลาดได้
ขณะที่ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ เขตบางกอกน้อย สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำ ให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 153 หลังคาเรือน สูงเกือบ 1 เมตรแล้ว และมีทีท่าว่าจะสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้รับความเดือดร้อนจากเรือเร็วที่แล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดแรงคลื่นกระทบบ้านเรือนได้รับความเสียหาย และยังต้องระวังสัตว์มีพิษทั้งหลาย เช่น ปลิง งู และ ตะขาบ
ส่วน ที่ชุมชนพระราม 6 ระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ไหลท่วมชุมชนแล้ว เนื่องจากชุมชนนี้เป็นจุดแรกที่น้ำจะไหลผ่านก่อนผ่านไปยังเขตบางซื่อ ดุสิต สามเสน เรื่อยไปจนถึงเขตบางนา และไหลลงสู่อ่าวไทยเป็นจุดสุดท้าย โดยชาวบ้านกล่าวว่า ปีนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่าทุกปี และมีคนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
เช่น เดียวกับที่ บริเวณย่านท่าช้าง ชุมชนตรอกท่าวัง ตรอกสนามพระ ตรอกนคร และท่าพระจันทร์ ที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มทะลักเข้ามายังในพื้นที่ร้านขายของสูงระดับหัว เข่าแล้ว ทำให้พ่อค้า แม่ค้า ต้องปิดร้านเพื่อหนีน้ำทันที
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศชอ. กล่าวยอมรับสถาการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะ ปทุมธานี และนนทบุรี ยังน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือมาได้ ที่หมายเลข 1111 รวมถึงสถานีโทรทัศน์และวิทยุทุกแห่ง
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวขณะเดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ จ.สิงห์บุรี ถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวว่า "มีความจำเป็นที่จะต้องขุดลอกคู คลอง แต่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องหางบประมาณเพื่อมาสนับสนุน ซึ่งผมเห็นด้วยกับแนวคิดของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ในการขุดแม่เจ้าพระยา 2 แนวคิดนี้จึงถือว่าดี" นายชวรัตน์ กล่าว
ขณะ ที่ นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า รัฐบาลควรตั้งทีมเฉพาะกิจระดับชาติที่มีทุกหน่วยงานมาร่วมกันตั้งรับและ ระบายน้ำออกจากพื้นที่หลักให้ทันท่วงที โดย เฉพาะการสกัดน้ำเหนือ ซึ่งมีปริมาณหลายพันล้านลูกบาศก์เมตร หากไม่หยุดน้ำเหนือไว้ จะทำให้น้ำเหนือไหลมาสมทบกับน้ำฝนที่้ค้างอยู่ตามทุ่งต่าง ๆ ประกอบกับอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูงสุด จะทำให้จังหวัดที่อยู่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจมบาดาลได้
ข่าวน้ำท่วม จ.นนทบุรี
ขณะที่ จ.นนทบุรี ที่หมู่บ้านศรีบัณฑิต 3 ต.บางกรวย อ.บางกรวย ปรากฏว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว โดยที่ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว เพราะคาดไม่ถึงว่าระดับน้ำจะท่วมสูงพ้นแนวกระสอบทราย ทำให้ทั้งหมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำ รถยนต์หลายคันถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย โดยระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร
นายชัยนันท์ พันธุ์กาดไพโรจน์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/38 หมู่บ้านศรีบัณฑิต 3 ต.บางกรวย อ.บางกรวย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้พยายามติดตามข่าวสารน้ำท่วมจากทางหน่วยงานราชการมาโดย ตลอด และได้นำกระสอบทรายที่ทางราชการแจกกว่า 100 ถุงมาเตรียมป้องกันอย่างเต็มที่ เพราะหมู่บ้านของตนอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเคยถูกน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 38 ทำให้บ้านของตนเองได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่คาดไม่ถึงว่าในปีนี้น้ำจะท่วมหนักกว่าปี 38 อีก
"ผมจึงไม่ได้เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน รถยนต์ออกไป จอดไว้ในที่สูง เพราะมั่นใจแนวเขื่อนที่ทางราชการได้ทำไว้ป้องกัน จึงอยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกมาจากหมู่บ้านได้" นายชัยนันท์ กล่าว

ข่าวน้ำท่วม
ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมกรุงเทพ และจังหวัดใกล้เคียง 26 ตุลาคม
จับ ตาแม่น้ำเจ้าพระยาวันที่26 ตุลาคม - 27 ตุลาคม คาดระดับน้ำจะหนุนสูงสุดในรอบสัปดาห์ ประกอบกับที่น้ำเหนือไหลลงมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีน้ำหนุนสูง ทั้งนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
ทางด้าน นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาอาสาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคมนี้ภาคตะวันออกให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก และน้ำท่วม แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมรับมือ
โดยกรมอุทกศาสตร์ รายงานสภาวะระดับน้ำเจ้าพระยา ประจำวันที่ 26 ตุลาคม อิทธิพลของน้ำทะเลและน้ำเหนือหนุนสูง ส่ง ผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเต็มที่สูงสุดอีกครั้ง หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ เวลา 18.44 น. สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1.86 เมตร และบริเวณหน้าป้อมพระจุลจอมเกล้า น้ำขึ้นสูงสุด เวลา 17.40 น. น้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1.50 เมตร
ทั้งนี้ กรมอุทกศาสตร์ ยังได้ประกาศเตือนเรื่องระดับน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ ในวันที่ 27 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลสูงสุด ประกอบกับมีปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำบางไทร ประมาณ 3,500-4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกรุงเทพมหานคร จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียงมีระดับน้ำสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจราจรบนถนนสุขุมวิท ตั้งแต่บริเวณศาล จ.สมุทรปราการ ถึงบริเวณหอนาฬิกา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และถนนสุขสวัสดิ์ บริเวณตั้งแต่ สามแยกพระสมุทรเจดีย์ ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นจากระดับดังกล่าว และติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้สรุประดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ (26 ตุลาคม) อยู่ที่ 2.10 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางซึ่งสูงสุดในรอบปี และขณะนี้ระดับเริ่มทรงตัว ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระราม 6 ไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 4,652 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานเล็กน้อย
ส่วนบริเวณท่า เรือข้ามฟากท่าช้าง ในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูงในวันนี้ น้ำได้เอ่อล้นท่วมบริเวณแผงขายสินค้า ด้านหน้าทางเข้าท่าเรือข้ามฟาก แต่ยังคงมีประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ใช้บริการเรือหลวงเจ้าพระยา และเรือข้ามฟากตามปกติ ขณะเดียวกัน บริเวณด้านในของท่าเรือ ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงมีร่องรอยของน้ำเอ่อล้นเข้ามา โดยสังเกตได้จากพื้น ที่มีเศษวัชพืชกระจายทั่วทั้งบริเวณ
อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานคร นำกระสอบทรายมากั้นตลอดแนวเพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งสามารถบรรเทาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีน้ำซึมออกมา ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง จนไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่สัญจรไปมาแล้ว
ขณะที่พื้นที่ เขตบางนา ระดับน้ำเริ่มลดลง เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้ปลายน้ำ จึงระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการรายงานสภาพฝน มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปกคลุมภาคตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ทำให้พื้นที่หนองจอก มีนบุรี ประเวศ ลาดกระบัง มีฝนตกชุก และมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวมายังฝั่งตะวันตก และชั้นในของกรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 18.44 น.ที่ผ่านมา ระดับน้ำได้เพิ่มปริมาณสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1.86 เมตร ทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้ามายังท่าเทียบเรือศิริราช และตลาดวังหลังแล้ว บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำ ขณะที่ในหลาย ๆ พื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักอีกครั้ง จึงเป็นที่หวั่นเกรงกันว่า ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น
ทั้ง นี้มีรายงานร้องเรียนแจ้งว่า อบต.จ.ลพบุรี บางคนไม่ยอมให้ใครบริจาคถึงมือชาวบ้าน ให้เอาของลงแล้วเชิญกลับ ทำให้ของที่ประชาชนบริจาคช่วยเหลือชาวบ้านขณะนี้กองเต็ม อบต. โดยให้ประชาชนในพื้นที่มารับของที่ อบต. เอง
แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม จ. นนทบุรี แล้ว
สถานการณ์ชุมชนหน้าวัดกู้ อ.ปากเกร็ด วิกฤติหนัก น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว และสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ชุมชนบางตลาดพัฒนา 1 ตำบลบางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขณะนี้ระดับน้ำมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ต่างได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด ขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลทะลักเข้าท่วมบริเวณภายในชุมชนบางตลาดพัฒนา อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งระดับน้ำในขณะนี้ มีความสูงระดับน้ำปกติกว่า 2 เมตร โดยน้ำได้ไหลเข้าท่วมบริเวณภายในวัดสนามเหนือแล้ว เพราะชาวบ้านต่างนำกระสอบที่บรรจุทรายมาวางเป็นแนวกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าภายในวัด ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางบ้านเรือนนั้น น้ำได้ท่วมถึงระดับหลังคา โดยประชาชนบางส่วน ได้เคลื่อนย้ายข้าวของไปฝากไว้ที่อื่นก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวระดับน้ำมีความสูงที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา
ส่วนในพื้นที่ทุกอำเภอ ริม 2 ฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยานั้น ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะ อ.ปากเกร็ด อ.บางกรวย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหายจำนวนมากการสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยขณะนี้ระดับน้ำสูง 2.45 เมตร ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้สั่งการเร่งเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่มเติม พร้อมดำเนินการเร่งแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่าง ต่อเนื่อง
ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วม จ.ปทุมธานี
สถานการณ์น้ำท่วม ใน จ.ปทุมธานี ล่าสุดขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจาก ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ต่างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยสถานการณ์น้ำท่วม ในตำบลกระแซง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ขณะนี้ระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมภายในบ้านเรือนของประชาชนริมน้ำที่มีอยู่ทั้ง หมด 3 หมู่บ้าน มีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 300 หลังคาเรือน ซึ่งบางบ้านนั้นปริมาณน้ำมีความสูงเกือบ 2 เมตร โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกไปซื้ออาหารเองได้ เพราะระดับน้ำมีความสูงมาก การเดินทางต้องใช้เรือเป็นพาหนะ อีกทั้งบริเวณดังกล่าวนั้น ยังไม่มีหน่วยงานใด นำสิ่งของเครื่องใช้หรืออาหารมาให้การช่วยเหลือ
ล่าสุด มีรายงานว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้พื้นใต้ปีกประตูน้ำของคลองบ้านใหม่ อ.บ้านใหม่ จ.ปทุมธานี เริ่มแตกออก ขยายเป็นรูใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลให้น้ำไหลทะลักออกสู่คลองเปรม และไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานครต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าไม่นานประตูน้ำคลองบ้านใหม่ จะพังลง ซึ่งดูจากสภาพการณ์แล้ว คอสะพานนั้น จะต้านกระแสน้ำไม่ไหว และอาจจะพังเสียหาย เตือนคนกรุงเทพมหานคร เตรียมเก็บของอพยพหนีน้ำ
ด้านนายภาณุวัฒน์ เจนประเสริฐ นายอำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา ได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมไปแล้ว 3 ตำบล คือ ตำบลบึงคอไห ตำบลบึงทองหลาง และตำบลพืชอุดม โดยทั้ง 3 ตำบลนั้น ต้องรับน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ผ่านมาทางคลอง 12 คลอง 13 และ คลอง 14 ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลนั้น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร โดยในขณะนี้พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวของประชาชนจมน้ำไปแล้วนับหมื่นไร่ ซึ่งทางชลประทาน ก็ได้เร่งระบายออกทางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะไม่สามารถระบายผ่านทางกรุงเทพมหานครได้ เพราะประตูน้ำที่จะผ่านกรุงเทพฯ นั้น ถูกปิดทุกประตู ขณะนี้น่าเป็นห่วงพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวนั้น ถ้าจมน้ำนานจะทำให้เสียหายหมด จึงมีการเร่งระบายน้ำออกไป เพื่อที่ไม่ให้นาข้าวส่วนใหญ่เสียหาย เพราะจมน้ำนาน

น้ำท่วมกรุงเทพ

ข่าวน้ำท่วม

ข่าวน้ำท่วม
สำหรับ พื้นที่กรุงเทพฯ ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมมากที่สุด คือ รัชดาภิเษก ลาดพร้าว บางนา ศรีนครินทร์ ส่วนพื้นที่เสี่ยงหลังแม่น้ำเหนือไหลทะลักลงมากรุงเทพฯ คือ ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหหาสวัสดิ์ ทั้งหมด 13 เขต ดังนี้
1. เขตบางซื่อ ได้แก่ ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ) และชุมชนปากคลองบางเขนใหญ่
2. เขตดุสิต ได้แก่ ชุมชนเขียวไข่กา ชุมชนราชผาทับทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน) ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 13) และชุมชนวัดเทวราชกุญชร (ถนนศรีอยุธยา)
3. เขตพระนคร ได้แก่ ชุมชนท่าวัง ชุมชนท่าช้าง และชุมชนท่าเตียน
4. เขตสัมพันธวงศ์ ได้แก่ ชุมชนวัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดิ์) และชุมชนตลาดน้อย
5. เขตบางคอแหลม ได้แก่ ชุมชนวัดบางโคล่นอกชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง ชุมชนซอยมาตานุสรณ์และชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
6. เขตยานนาวา ได้แก่ ชุมชนโรงสี (ถนนพระราม 3)
7. เขตคลองเตย ได้แก่ ชุมชนสวนไทรริมคลอง พระโขนง
8. เขตบางพลัด ได้แก่ ชุมชนวัดฉัตรแก้ว
9. เขตบางกอกน้อย ได้แก่ ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ ชุมชนครอกวังหลัง และชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่
10. เขตธนบุรี ได้แก่ ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่
11. เขตคลองสาน ได้แก่ ชุมชนเจริญนครซอย 29/2
12. เขตราษฎร์บูรณะ ได้แก่ ชุมชนดาวคะนอง
13. เขตทวีวัฒนา ได้แก่ ชุมชนวัดปรุณาวาส
ขณะที่นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจการเรียงกระสอบทราย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนทรงวาด และตรวจงานก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม ริมคลองบางกอกน้อย บริเวณชุมชนสันติชนสงเคราะห์ พร้อมระบุว่า กรุงเทพฯ มีความพร้อมเต็มที่ในการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ขณะ นี้กรมชลประทาน ได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระราม 6 รวม 3,655 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากแนวป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่ สามารถรับน้ำได้ที่ระดับความสูงประมาณ 2.5 เมตร จากระดับน้ำทะเล และจากการตรวจวัดปริมาณน้ำ ในช่วงเช้ามีความสูงประมาณ 1.5 เมตร ยังสามารถรับน้ำเพิ่มได้อีก 1 เมตร โดยโครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความยาวรวม 77 กิโลเมตร ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 75 กิโลเมตร
ส่วน ที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554 โดยจุดที่ยังไม่เสร็จทางกรุงเทพฯ ได้นำกระสอบทรายกว่า 2 แสนใบ มาวางเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวที่ความสูง 2.5 เมตร เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ ได้เตรียมเวชภัณฑ์ ยา และสถานที่พักชั่วคราว บรรเทาความเดือดร้อน ให้ประชาชนหากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ
อย่าง ไรก็ตาม จากการพยากรณ์อากาศและคาดการสถานการณ์น้ำ ในระหว่างวันที่ 26 - 27 ต.ค. คาดว่า จะมีน้ำเหนือไหลบ่าและน้ำทะเลหนุนสูง จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่ายังสามารถรับมือได้
ด้าน ผอ.สำนักระบาดวิทยา ได้ออกมาเตือนประชาชนลงเล่นน้ำท่วม หวั่นติดเชื้อที่มากับน้ำ หรืออุบัติเหตุ อาทิ ตาแดง จมน้ำ ไฟฟ้าดูด

น่ำท่วมกรุงเทพ
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อสอบถาม ประสานงานเหตุอุทกภัย
- ศูนย์กลางช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ติดต่อ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร 1784
- ประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม โทร.1555 และ 0 2248 5115 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.นครราชสีมา โทร 044-342-652 ถึง 4 และ 044-342-570 ถึง 7
- ประสานงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ โทรฟรี 1669 หรือ 02-591-9769 ตลอด 24 ชั่วโมง
- สอบถามเส้นทางรถไฟ และเวลาเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร 1690
- สอบถามสภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร 02-398-9830
- กฟภ.ตั้งศูนย์ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 นครราชสีมา โทร.044214334-5 หรือ CallCenter1129
- สอบถามน้ำท่วม ถ.มิตรภาพ ที่แขวงการทางต่าง ๆ ได้ที่โทร 044-242047 ต่อ 21, 044-212200, 037-211098, 036-461422, 036-211105 ต่อ 24
การเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วม
1. หมั่นติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนทุกช่องทาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เสาสัญญาณ เป็นต้น
2. เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง แก๊ชสำหรับหุงต้ม ยารักษาโรค ไฟฉาย เทียน ไม้ขีดไฟ และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดในยามน้ำท่วม
3. เตรียมกระสอบทรายไว้เพื่อทำผนังกั้นน้ำ (แต่ห้ามวางไว้พิงกำแพง เพราะจะเพิ่มแรงดันให้น้ำทะลักเข้ามาได้ง่าย)
4. หมั่นทำความสะอาดพื้น ไม่ให้มีของอันตรายหากเกิดน้ำท่วมสูง
5. เก็บของมีค่า และสัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปไว้ชั้นบนของบ้าน
6. เตรียมเบอร์ติดต่อ หน่วยงานของรัฐ เผื่อต้องการความช่วยเหลือ
7. ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม
8. หากเกิดน้ำท่วมให้หนีขึ้นที่สูง และปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
9. พยายามหาส่วนแห้งเพื่อหลบภัย และป้องกันไฟดูด
10. ห้ามรับประทานน้ำที่ท่วมสูง หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ต้มก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาด
11. หากน้ำท่วมไม่สูงมาก ให้ระวังการใช้รถใช้ถนน และดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกจากบ้าน
12. ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ หากถูกกัดให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มสุกและเช็ดแอลกอฮอล์รอบแผล จากนั้นหาทางไปโรงพยาบาลทันที
13. เตรียมน้ำสะอาดไว้ดื่ม และชำระร่างกาย
14. เตรียมถุงดำเล็ก - ใหญ่ ไว้ทิ้งขยะและปลดทุกข์
15. เตรียมอุปกรณ์สำหรับขอความช่วยเหลือ เช่น นกหวีด ชูชีพ
16. หากน้ำท่วมเป็นเวลานาน อาจเกิดแผ่นดินทรุดตัวได้ แนะนำให้อยู่ห่างตึกหรืออาคารสูง ๆ
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยโพสต์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
![]()
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมอุตุนิยมวิทยา, @aunonline

ody>