เขียนโดย clOs3r-
ก่อนที่จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เราขอจะพาไปรู้จักกับคำว่า เรือพระราชพิธี กันก่อนค่ะ
2.เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
โขน เรือเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง เป็น มีโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นอื่นๆ ประทับเป็นแต่บางครั้ง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 มีนาวาสถาปนิก หรือ ผู้ต่อ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ คือ พลเรือตรี พระยาราชสงคราม รน. (กร หงสกุล) ใช้ฝีพาย 50 คน นายท้าย 2 คน นายเรือ 2 คน คนถือธง 1 คน พลสัญญาณ 1 คน และ คนเห่เรือ 1 คน
3.เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
โขนเรือเป็นรูปพญาอนันตนาคราช หรือนาค 7 เศียร เป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ลำปัจจุบันมีการสร้างใหม่ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ลำเรือภายนอกทาสีเขียว ท้องเรือภายในทาสีแดง โดยปกติจะใช้เป็นเรือพระที่นั่งรอง หรือเรือเชิญผ้าพระกฐิน หรือประดิษฐานบุษบกสำหรับพระพุทธรูปสำคัญ ใช้ฝีพาย 54 คน นายท้าย 2 คน นายเรือ 2 คน คนถือธงท้าย 1 คน พลสัญญาณ 1 คน คนเห่เรือ 1 คน
4.เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินลำลอง ภายหลังนำเข้ากระบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นเรือพระที่นั่งรอง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 นับเป็นเรือพระที่นั่งลำเดียว ในรัชกาลนั้น ลักษณะเด่นคือมีโขนเรือเชิดเรียว แต่ไม่ได้สร้างเป็นรูปสัตว์ในตำนาน จำหลักและปิดทองเป็นรูปพญานาคจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า อเนกชาติภุชงค์ (อเนก หมายถึง จำนวนมาก, ชาติภุชงค์ หมายถึง พญานาค) ลำเรือภายนอกทางสีชมพู ท้องเรือภายในทาสีแดง ใช้ฝีพาย 61 คน นายท้าย 2 คน นายเรือ 2 คน คนถือธงท้าย 1 คน พลสัญญาณ 1 คน คนเห่ 1 คน
5.เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ลำเดิมสร้างขึ้น ในสมัย รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีชื่อว่า มงคลสุบรรณ หัวเรือเป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ต่อมาใน รัชกาลที่ 4 ได้เสริมรูปพระนารายณ์ ยืนประทับบนหลังพญาสุบรรณ แล้วขนานนามว่า เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ต่อมาเรือได้เสื่อมสภาพลง คงเหลือแต่ โขนเรือนารายณ์ทรงสุบรรณเก่า เก็บรักษาไว้ แต่เนื่องจากความงดงาม และความสำคัญในสัญลักษณ์ของโขนเรือ ที่เป็นเชิงเทิดพระเกียรติ สถาบันพระมหากษัตริย์ ทางกรมศิลปากรร่วมกับกองทัพเรือ และสำนักพระราชวัง สร้างเรือลำนี้ใหม่ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในมหามงคลวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2539 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเรือพระที่นั่งต่อใหม่นี้ว่า เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
โขนเรือ จำหลักรูปพระนารายณ์ 4 กร ทรงเทพศาสตรา ตรี คฑา จักร สังข์ ทรงเครื่องภูษิตาภรณ์ และ มงกุฏยอดชัย ประทับยืนบนหลังพญาครุฑ แกะสลักจากไม้ ลงรักปิดทองประดับกระจกตลอดทั้งลำ ลวดลายเขียนลายดอกพุดตานพื้น ท้ายเรือคล้ายท้ายเรืองพระที่นั่งอนันตนาคราช แต่ส่วนเหนือมาลัยท้าย เป็นสร้อยหางครุฑ ปลายหางสุดของท้ายเรือเป็นกนกหางครุฑ ท้องลายของท่อนหางเป็นขนครุฑ ท้องเรือภายในทาสีแดง ใช้ฝีพาย 50 คน
6.เรือครุฑเหินเห็จ
โขนเรือเป็นรูปครุฑ เป็นเรือประกอบขบวนในงานพระราชพิธี ไม่พบหลักฐานที่สร้าง ซึ่งเรือลำนี้ ถูกระเบิดได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2487 พร้อมกับ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือเอกไชยเหินหาว ต่อมากรมศิลปากรได้ตัดหัวเรือและท้ายเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ.2491 หลังจากนั้น จึงนำโขนเรือเดิมมาทำขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2511 โดยใช้หัวเรือเดิมนำมาบูรณะ ส่วนท้ายเรือทำใหม่ ได้รับการบูรณะเป็นระยะๆ และได้ใช้ในงานพระราชพิธี จนกระทั่งปัจจุบัน
7.เรือกระบี่ปราบเมืองมาร
โขนเรือสลักรูปขุนกระบี่ ปิดทองประดับกระจก ไม่พบหลักฐานที่สร้าง ซึ่งเรือลำนี้ถูกระเบิด ได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ.2487 พร้อมกับ เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือเอกไชยเหินหาว ต่อมากรมศิลปากรได้ตัดหัวเรือและท้ายเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ.2491 หลังจากนั้น จึงนำโขนเรือและท้ายเรือเดิม มาทำเป็นเรือขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2510 ได้รับการบูรณะเป็นระยะๆ และได้ใช้ในงานพระราชพิธี จนกระทั่งปัจจุบัน
8.เรืออสุรวายุภักษ์
โขนเรือสลักเป็นรูปยักษ์กลายเป็นนกสีคราม ปิดทองประดับกระจก เป็นเรือในหมวดรูปสัตว์ต่างๆ ได้รับการบูรณะอยู่เป็นครั้งคราว และมีการบูรณะครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.2524 เพื่อใช้ในงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2525 ปัจจุบัน เป็นเรือหนึ่งในหมู่กระบวนเรือพระที่นั่งในงานพระราชพิธีต่างๆ
9.เรือเอกไชยเหินหาว
โขนเรือเขียนลวดลายเป็นรูปจระเข้หรือเหรา(อ่านว่า เห - รา) ไม่พบหลักฐานที่สร้าง เรือลำนี้ได้ถูกระเบิดเสียหายในสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ.2487 พร้อมกับ เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร ต่อมากรมศิลปากรได้ตัดหัวเรือและท้ายเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี 2491 หลังจากนั้น ทำการตกแต่งบูรณะตัวเรือใหม่เมื่อปี พ.ศ.2508 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.2524 เพื่อใช้ในงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2525 ปัจจุบัน เรือเอกไชยเหินหาว เป็นหนึ่งในกระบวนเรือพระที่นั่งในงานพระราชพิธีต่างๆ
หากเพื่อนๆ อยากไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ก็สามารถไปเยี่ยมชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดค่ะ โดย พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เปิดทำการตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น. ปิดเพียง 2 วัน คือ วันปีใหม่ และวันสงกรานต์ โดย พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ตั้งอยู่ปากคลองบางกอกน้อย ตรงข้ามสถานีรถไฟบางกอกน้อย หากไปไม่ถูก สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 02 - 424 - 0004 ค่ะ ส่วนค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี สำหรับชาวไทย เสียค่าบริการคนละ 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติ เสียค่าบริการคนละ 30 บาท ส่วน นักเรียน นักศึกษา ในเครื่องแบบ รวมถึงพระภิกษุสามเณร และนักบวชในศาสนาต่างๆ สามารถเข้าชมโดยไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ ค่ะ
ได้รู้จัก พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กันแล้ว ว่างๆ ก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของ เมืองไทยแห่งนี้กันนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, thailandmuseum.com, navy.mi.th
/body>