ระดมกูรูเว็บ ปลุกแนวคิดสร้างรายได้ ใช้เว็บทำเงิน [18 พ.ย. 51 - 05:36]
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย มหาวิทยาลัยศรีปทุม และสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. จัดเสวนาร่วมจิบกาแฟคนทำเว็บ ในหัวข้อ Software as a Service แนวคิดใหม่ใช้เว็บทำเงิน เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ ในการสร้างเว็บไซต์ให้มีรายได้จากการเก็บค่าใช้บริการจากสมาชิก เมื่อเร็วๆ นี้
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวถึงแนวคิดของ Software as a Service ว่า แทนที่ผู้ใช้จะจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ในราคาแพงๆ เพื่อมาติดตั้งใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่ต้องคอยอัพเกรดซอฟต์แวร์รวมถึงดูแลรักษาข้อมูล ก็เปลี่ยนเป็นการจ่ายเงินค่าใช้บริการรายเดือนหรือรายปีในราคาถูก เพื่อเข้าไปใช้ซอฟต์แวร์บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ โดยที่ผู้ให้บริการเป็นผู้อัพเกรดซอฟต์แวร์และดูแลรักษาข้อมูลให้
อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวต่อว่า ขณะนี้เว็บที่ได้รับความนิยม แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.เว็บต่างประเทศ และ2.เว็บประเทศไทย โดยส่วนใหญ่คนจะนิยมใช้ของเว็บต่างประเทศมากกว่า เช่น จ่ายเงินค่าบริการ Google ซอฟต์แวร์อัลบั้มรูป จาก Yahoo เป็นต้น ขณะเดียวกัน พบว่าการให้บริการเว็บไซต์ในประเทศไทยยังน้อย โดยมีปัจจัย สำหรับผู้ให้บริการในเมืองไทยเว็บไซต์ น้อย และจำนวนผู้ใช้อินเทอร์ในไทยน้อย ทำให้ความหลากหลายน้อยตามมาด้วย
นายภาวุธ กล่าวอีกว่า แนวทางแก้ไข คือ พยายามกระตุ้นให้หลายคนใช้บริการ อีกทั้งหลายคนกำลังตัดสินใจ โดยคิดค้นเว็บใหม่บ้าง หรือคัดลอกมา แปลงเป็นภาษาไทย และให้บริการ นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป โดยที่คนไม่ต้องทำเว็บเอง ทั้งโอเพ่นซอร์ส โดยที่นำมาปรับแต่ง เชื่อว่า จะสร้างให้เกิดรายได้บนเว็บไซต์เช่นกัน สำหรับเว็บไซต์ที่ได้ร่วม 3 เว็บไซต์ คือ 1. Tarad ให้บริการหน้าร้านค้าออนไลน์ที่ให้ผู้ประกอบการทดลองลงสินค้าได้ฟรี 35 รายการ หากต้องการมากกว่านั้นก็มีค่าบริการเริ่มต้นที่ปีละ 1,880 บาท 2.Ready Planet ให้บริการซอฟต์แวร์สร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย ผู้ที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคก็ใช้ได้ มีค่าบริการเริ่มต้นที่ปีละ 3,300 บาท และ 3.Diaryis ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับเขียนไดอารี่ออนไลน์ที่มีค่าใช้บริการเพียงปีละ 600 บาท
อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวด้วยว่า ตัวเลขประชากรที่เคยจองหรือซื้อสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตปี 2550 พบว่าคนไทยซื้อของมากขึ้นจาก 20% เป็น 40% โดยคิดเป็นผู้เคยจองหรือซื้อ 2.4% สำหรับมูลค่าการซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย พบว่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี จากปี 2549 อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท และปี 2550 อยู่ที่ 4 แสนกว่าล้านบาท ส่วนมูลค่าการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ปี 2550 ที่ผ่านมา ประเทศไทย อยู่ที่อันดับ 30 คิดเป็น 517,920 ล้านบาท ขณะที่ยอดสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 81.7 ล้านบาท ทั้งนี้ปัญหาหลักคือความไม่ไว้วางใจ ส่วนเหตุผล 3อันดับแรก คือ 1.ความปลอดภัยของข้อมูลและการป้องกันไวรัส 21.3% 2.ไม่มั่นใจ 20.7% และ3.อินเทอร์เน็ตช้า 19%
นายปิติชัย พงษ์วานิชอนันต์ เจ้าหน้าที่สนับสนุนสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาเรื่องการหารายได้จากระบบอินเทอร์เน็ต จะมีก็แต่การฝากโฮสติ้ง โดยมองจากความเห็นส่วนตัวว่า เป็นการให้ข้อมูลในการขายสินค้า ที่ถือเป็นการละเมิด มีความผิดลหุโทษ เข้าข่ายลักษณะสแปม อย่างไรก็ตาม การเสวนาครั้งนี้ เป็นการขยายช่องทางทางอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ร้องเรียนได้ ขณะเดียวกัน ก็อยู่ในช่วงดำเนินการ โดยคาดว่า อนาคตจะย่อกฎหมายหลายฉบับ เพื่อให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และมีคู่มือสำหรับผู้บริโภค ทั้งนี้คู่มือผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จะแล้วเสร็จในเดือน ม.ค.52