Written by bigfish2

บข.มองเศรษฐกิจโลกในปี 2554 ยังคงมีความเสี่ยงและขยายตัวในระดับต่ำกว่าปี 2553 เหตุอเมริกายังคงมีปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยและอัตราการว่างงานอยู่ในระดับ สูงรวมถึงยุโรปยังมีปัญหาหนี้สาธารณะ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว ยังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำและเพิ่ม ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาจะใช้มาตราการการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขับ ชี้ประเทศไทย GDP อยู่ที่ 4-4.5%รับอานิสงส์การบริโภคและการลงทุนที่ดีขึ้น
นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า ในปี 2554 มองเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือประเทศพัฒนาแล้วมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำและยังมี ปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน เช่น สหรัฐอเมริกาที่ยังคงมีปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยและอัตราการว่างงานที่อยู่ ในระดับสูง ขณะที่ประเทศในแถบยุโรปยังมีปัญหาหนี้สาธาณะทำให้อัตราการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวลงจากปี 2553
สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว คาดว่ายังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับ ต่ำต่อไปและการเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
“ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทยจะเริ่มใช้นโยบายการเงิน แบบเข้มงวดซึ่งเศรษฐกิจไทยในปี 2554 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2553 คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2554 ของประเทศไทยจะอยู่ประมาณ 4-4.5% โดยมีปัจจัยหนุนคือการบริโภคและการลงทุนที่ดีขึ้น ขณะที่การส่งออกทรงตัวในเกณฑ์ดีและอัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3-4.0%”นางสาวโสภาวดี กล่าว
อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่องและการปรับตัวของราคา สินค้าเกษตรจะเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในประเทศ ทั้งนี้คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้าง อิงอีกประมาณ 0.75-1.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในปี 2554 จะปรับตัวขึ้นไปอยู่ในระดับ 2.75-3.25% คาดว่าจะยังมีเงินทุนจากต่างประเทศยังคงไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียซึ่งปัจจัย ดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยโดยอัตราค่าเงินบาท เฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 29.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจากปี2553 ที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ย 31.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ