Written by BatMen Monday, 24 May 2010 11:53
บริษัทนักวิจัยข้อมูลบนเน็ตชื่อ Nua Internet ( http://www.nua.ie) ได้สำรวจจำนวนผู้ใช้เน็ตเมื่อสิ้นเดือนกันยายน พบว่ามีผู้ใช้เน็ตทั่วโลกประมาณ 605.60 ล้านคน โดยสามารถแบ่งข้อมูลนี้ออกมาในแต่ละพื้นที่ได้ดังนี้
- แอฟริกา ประมาณ 6.31 ล้านคน
- เอเชียแปซิฟิก ประมาณ 187.24 ล้านคน
- ยุโรป ประมาณ 190.91 ล้านคน
- ตะวันออกกลาง ประมาณ 5.12 ล้านคน
- แคนาดาและอเมริกา ประมาณ 182.67 ล้านคน
- ละตินอเมริกา ประมาณ 33.35 ล้าน
ทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับกันว่า ไอทีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น ดังจะเห็นได้จากระบบการเรียนการสอนในระดับต่างๆ มีการปรับหลักสูตรให้ใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น เช่น ระดับอนุบาลใช้คอมพิวเตอร์ในวิชาศิลปะ ระดับประถมศึกษาสอนให้นักเรียนได้ใช้เน็ต ระดับมัธยมใช้เน็ตเพื่อหาข้อมูลทำรายงานส่งคุณครู จากตัวอย่างข้างต้นทำให้ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเด็กๆ ของเราสามารถเติบโตไปพร้อมๆ กับการทำความเข้าใจและเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ถูกต้อง
ผล ที่จะตามมาก็คือเด็กสามารถนำอินเทอร์เน็ตไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดียิ่ง ขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เด็กใช้อีเมลเขียนจดหมายโต้ตอบกับเพื่อนฝูงหรือคุณครู แต่ว่าการใช้ (บริโภค) เทคโนโลยีต่างๆ อย่างต่อเนื่องและมากเกินความจำเป็นนั้น เช่น อินเทอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ค่อนข้างอันตรายและไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันนัก ดังนั้นวันนี้ผมจะขอนำเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์กัน ครับ
จำนวนผู้ใช้เน็ต
บริษัทนักวิจัยข้อมูลบนเน็ตชื่อ Nua Internet ( http://www.nua.ie) ได้สำรวจจำนวนผู้ใช้เน็ตเมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2545 พบว่ามีผู้ใช้เน็ตทั่วโลกประมาณ 605.60 ล้านคน โดยสามารถแบ่งข้อมูลนี้ออกมาในแต่ละพื้นที่ได้ดังนี้
- แอฟริกา ประมาณ 6.31 ล้านคน
- เอเชียแปซิฟิก ประมาณ 187.24 ล้านคน
- ยุโรป ประมาณ 190.91 ล้านคน
- ตะวันออกกลาง ประมาณ 5.12 ล้านคน
- แคนาดาและอเมริกา ประมาณ 182.67 ล้านคน
- ละตินอเมริกา ประมาณ 33.35 ล้าน
สำหรับในเอเชียแปซิฟิกนั้นมีหลายประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้ เน็ตอยู่ในกลุ่มผู้นำและมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้เน็ตมากขึ้นกว่าเท่าตัว ทุกปี เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้นักท่องเน็ตในประเทศเริ่มเป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต อย่างรุนแรง หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า "เน็ตฟีเวอร์" กันมากขึ้น ส่วนสาเหตุว่าทำไมเขาถึงเรียกว่า "โรค" เหตุผลง่ายๆ ก็คือพวกเน็ตฟีเวอร์จะใช้เน็ตอย่างหนักหน่วงแบบไร้เหตุผล เช่น วันละมากกว่า 10 ชั่วโมง โดยไม่ลุกไปทำอย่างอื่น เช่น กินข้าว เข้าห้องน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ผมจะแบ่งระดับอันตรายออกเป็น 2 ระดับดังนี้
ระดับที่ 1
อาการของคนไข้ (คนที่เป็นอยู่แล้ว) หรือคนที่เริ่มจะเริ่มจะเป็นจะมีอาการ ดังนี้
- ชอบเล่นคอมพิวเตอร์และเก็บตัวเงียบคนเดียว
- อยู่กับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตวันละหลายชั่วโมงโดยไม่เบื่อหน่าย
- ไม่ชอบพบปะใครหรือออกไปสังคมกับบุคคลภายนอก
- ร่างกายจะผอม ซูบซีด ปวดหัวบ่อยครั้งและอ่อนเพลียอยู่เสมอ
- ชอบทำอะไรที่ง่ายๆ เร็วๆ เช่น ทานอาหารก็จะนิยมพวก Fast Food
จากเปิดจากการเปิดเผยของ The Straits Times Interactive (http://straitstimes.asia1.com.sg/home) เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพบว่าปัจจุบันเด็กชาวสิงคโปร์กำลังประสบปัญหา โรคระบาดในระดับที่ 1 อย่างหนัก แม้กระทั่งเด็กอายุเพียง 8 ขวบบางคนก็ติดโรคระบาดนี้เสียแล้ว จนทำให้นักจิตวิทยาและสังคมวิทยาชาวสิงคโปร์หลายท่าน ออกมาเตือนบรรดาผู้ปกครองให้ดูแลเอาใจใส่ในบุตรหลานของตัวมากขึ้น และพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับบุตรหลาน เช่น การไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ทั้งครอบครัว หรือการเล่นกีฬากันภายในครอบครัว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่ทำร่วมกันและไม่ทำให้บุตรหลานรู้สึกเหมือน "โลกนี้มีฉันคนเดียว"
ระดับที่ 2
อาการของคนไข้ระดับนี้จะ มีอาการ ดังนี้
- ไม่ค่อยพูดกับใครและชอบอยู่ที่เงียบๆ
- ชอบเล่นเน็ตครั้งละมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อครั้ง และไม่ค่อยยอมลุกจากที่นั่งไปทำอย่างอื่น เช่น เข้าห้องน้ำ
- จะเล่นเน็ตเฉพาะที่เป็นระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเท่านั้น (Broadband Internet)
- ชอบสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าขณะเล่นเน็ต
- จะใช้เวลาประมาณ 90% บนเน็ตไปกับการเล่นเกมออนไลน์
- เป็นคนขี้หงุดหงิด หัวเสียง่าย ไม่มีความอดทนต่อเรื่องต่างๆ
และ เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้มีข่าวที่ช็อกวงการเน็ตทั่วโลกคือ ชายชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งชื่อว่า "คิม จุง แจ" อายุประมาณ 24 ปี ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันในเน็ตคาเฟ่ จากการสืบสวนของทางการตำรวจพบว่า นาย คิม จุง แจ นี้ได้เข้ามาใช้บริการเน็ตคาเฟ่เพื่อเล่นเกมออนไลน์อย่างเมามันและต่อเนื่อง กว่า 80 ชั่วโมง โดยไม่ได้ลุกไปไหนนอกจากไปห้องน้ำและสูบบุหรี่
หลัง จากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ทำให้วัยรุ่นที่ชอบใช้เน็ตนานๆ ต่างพากันหวาดกลัวมากขึ้น จนกระทั่งศูนย์ป้องกันและให้คำปรึกษาผู้ติดอินเทอร์เน็ตในเกาหลีใต้ (http://www.internetaddiction.or.kr) ต้องออกมาเสนอแนะวิธีการป้องกันในรูปแบบต่างๆ เช่น บริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับช่วงนี้เป็นช่วงแห่งความสุขของเราชาวไทย ผมขอให้ทุกท่านสนุกสนานอย่างมีขอบเขตกันมากๆ นะครับ พบกันใหม่ครับ